ค้นหาบล็อกนี้

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คำศัพท์ภาษาอังกฤษ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คำศัพท์ภาษาอังกฤษ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2568

30 วัน เก่งอังกฤษเหมือนเด็กหัดพูด: Day 12 - มาเรียนรู้สีกันเถอะ!

 วันนี้เราจะมาเพิ่มสีสันให้กับภาษาอังกฤษด้วยการเรียนรู้คำศัพท์เกี่ยวกับ "สี" กัน! คำว่า "Red", "Blue", และ "Green" เป็นคำง่าย ๆ ที่จะช่วยให้คุณอธิบายสิ่งของต่าง ๆ รอบตัวได้อย่างสนุกสนาน ลองมองไปรอบ ๆ ตัวคุณแล้วบอกสีของมันเป็นภาษาอังกฤษ!





บทเรียน: Day 12

วันนี้เราจะเรียนรู้คำศัพท์เกี่ยวกับสีพื้นฐานที่ใช้บ่อยที่สุด ลองออกเสียงตามให้ชัดเจนและมั่นใจ

  • Red คำอ่าน: เรด คำแปล: สีแดง

  • Blue คำอ่าน: บลู คำแปล: สีน้ำเงิน

  • Green คำอ่าน: กรีน คำแปล: สีเขียว

คำศัพท์เพิ่มเติม

  1. Yellow (เยลโล่ว) - สีเหลือง

  2. Black (แบล็ค) - สีดำ

  3. White (ไวท์) - สีขาว

  4. Pink (พิ้งค์) - สีชมพู

  5. Orange (ออเรนจ์) - สีส้ม

  6. Purple (เพอร์เพิล) - สีม่วง

  7. Brown (บราวน์) - สีน้ำตาล

  8. Gray (เกรย์) - สีเทา

  9. Color (คัลเลอร์) - สี

  10. Apple (แอ๊ปเปิล) - แอปเปิล

  11. Sky (สกาย) - ท้องฟ้า

  12. Grass (กราส) - หญ้า

  13. Ball (บอล) - ลูกบอล

  14. Dress (เดรส) - ชุดเดรส

  15. Shirt (เชิร์ท) - เสื้อเชิ้ต

ประโยคตัวอย่าง

  • This is red. คำอ่าน: ดิส อิส เรด. คำแปล: นี่คือสีแดง.

  • The sky is blue. เดอะ สกาย อิส บลู. ท้องฟ้าเป็นสีน้ำเงิน.

  • The grass is green. เดอะ กราส อิส กรีน. หญ้าเป็นสีเขียว.


แบบฝึกหัด

ลองมองสิ่งของรอบตัว แล้วบอกสีเป็นภาษาอังกฤษ

  • ชี้ไปที่เสื้อสีแดง: This shirt is red.

  • ชี้ไปที่หนังสือปกสีน้ำเงิน: This book is blue.

  • ชี้ไปที่ต้นไม้: The tree is green.


ตัวอย่างประโยคการใช้งาน

  1. My bag is red.
    มาย แบก อิส เรด.
    กระเป๋าของฉันเป็นสีแดง.

  2. I like the blue color.
    ไอ ไลค์ เดอะ บลู คัลเลอร์.
    ฉันชอบสีน้ำเงิน.

  3. The leaves are green.
    เดอะ ลีฟส อาร์ กรีน.
    ใบไม้เป็นสีเขียว.

  4. The ball is red and blue.
    เดอะ บอล อิส เรด แอนด์ บลู.
    ลูกบอลเป็นสีแดงและสีน้ำเงิน.

  5. My favorite color is green.
    มาย เฟเวอริท คัลเลอร์ อิส กรีน.
    สีโปรดของฉันคือสีเขียว.

  6. He has a blue shirt.
    ฮี แฮส อะ บลู เชิร์ท.
    เขามีเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงิน.

  7. The apple is red.
    เดอะ แอ๊ปเปิล อิส เรด.
    แอปเปิลเป็นสีแดง.

  8. The cat has green eyes.
    เดอะ แคท แฮส กรีน อายส.
    แมวมีตาสีเขียว.

  9. This book is blue.
    ดิส บุ๊ค อิส บลู.
    หนังสือเล่มนี้เป็นสีน้ำเงิน.

  10. The pen is red.
    เดอะ เพน อิส เรด.
    ปากกาเป็นสีแดง.

  11. I am happy to see the green park.
    ไอ แอม แฮปปี้ ทู ซี เดอะ กรีน พาร์ค.
    ฉันมีความสุขที่ได้เห็นสวนสีเขียว.

  12. Is your bag blue?
    อิส ยัวร์ แบก บลู?
    กระเป๋าของคุณเป็นสีน้ำเงินใช่ไหม?

  13. The chair is red.
    เดอะ แชร์ อิส เรด.
    เก้าอี้เป็นสีแดง.

  14. Her dress is green.
    เฮอร์ เดรส อิส กรีน.
    ชุดเดรสของเธอเป็นสีเขียว.

  15. I like to paint with red, blue, and green.
    ไอ ไลค์ ทู เพ้นท์ วิท เรด, บลู, แอนด์ กรีน.
    ฉันชอบวาดภาพด้วยสีแดง, สีน้ำเงิน, และสีเขียว.


ตัวอย่างบทสนทนา 

  1. A: What color is it? วอท คัลเลอร์ อิส อิท? มันสีอะไร?
    B: It is blue. อิท อิส บลู. มันเป็นสีน้ำเงิน.

  2. A: Is this red? อิส ดิส เรด? นี่คือสีแดงใช่ไหม?
    B: Yes, it is. เยส, อิท อิส. ใช่, มันใช่.

  3. A: Is your bag green? อิส ยัวร์ แบก กรีน? กระเป๋าของคุณเป็นสีเขียวใช่ไหม?
    B: No, it is not. โน, อิท อิส นอท. ไม่, มันไม่ใช่.

  4. A: I like your blue shirt. ไอ ไลค์ ยัวร์ บลู เชิร์ท. ฉันชอบเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินของคุณ.
    B: Thank you. แธ้งก์ กิ่ว. ขอบคุณ.

  5. A: What color is the sky? วอท คัลเลอร์ อิส เดอะ สกาย? ท้องฟ้าสีอะไร?
    B: It is blue. อิท อิส บลู. มันเป็นสีน้ำเงิน.

  6. A: My sister's dress is red.
    มาย ซิสเตอร์ส เดรส อิส เรด.
    ชุดเดรสของพี่สาว/น้องสาวฉันเป็นสีแดง.
    B: That is a nice color.
    แดท อิส อะ ไนซ์ คัลเลอร์.
    นั่นเป็นสีที่สวยดี.

  7. A: Look at the green grass.
    ลุค แอท เดอะ กรีน กราส.
    ดูหญ้าสีเขียวสิ.
    B: It's so beautiful.
    อิทส โซ บิวตี้ฟูล.
    มันสวยมาก.

  8. A: My book is red. มาย บุ๊ค อิส เรด. หนังสือของฉันเป็นสีแดง.
    B: My book is blue. มาย บุ๊ค อิส บลู. หนังสือของฉันเป็นสีน้ำเงิน.

  9. A: What color is the dog's ball? วอท คัลเลอร์ อิส เดอะ ด็อกส บอล? ลูกบอลของสุนัขสีอะไร?
    B: It is green. อิท อิส กรีน. มันเป็นสีเขียว.

  10. A: Is your pen black? อิส ยัวร์ เพน แบล็ค? ปากกาของคุณเป็นสีดำใช่ไหม?
    B: No, it is blue. โน, อิท อิส บลู. ไม่, มันเป็นสีน้ำเงิน.

  11. A: I want a red apple. ไอ วอนท์ อะ เรด แอ๊ปเปิล. ฉันอยากได้แอปเปิลสีแดง.
    B: Here you are. เฮียร์ ยู อาร์. นี่ครับ/ค่ะ.

  12. A: The flag has red, white, and blue.
    เดอะ แฟลก แฮส เรด, ไวท์, แอนด์ บลู.
    ธงมีสีแดง, ขาว, และน้ำเงิน.
    B: Yes, it does. เยส, อิท ดาส. ใช่, มันมี.

  13. A: What is your favorite color? วอท อิส ยัวร์ เฟเวอริท คัลเลอร์? สีโปรดของคุณคืออะไร?
    B: I like red. ไอ ไลค์ เรด. ฉันชอบสีแดง.

  14. A: My sister has a pink bag.
    มาย ซิสเตอร์ แฮส อะ พิ้งค์ แบก.
    พี่สาว/น้องสาวของฉันมีกระเป๋าสีชมพู.
    B: That is a happy color.
    แดท อิส อะ แฮปปี้ คัลเลอร์.
    นั่นเป็นสีแห่งความสุข.

  15. A: Is your father's car green?
    อิส ยัวร์ ฟาเธอร์ส คาร์ กรีน?
    รถยนต์ของพ่อคุณเป็นสีเขียวใช่ไหม?
    B: No, it is not. โน, อิท อิส นอท. ไม่, มันไม่ใช่.

  16. A: My teacher's chair is red.
    มาย ทีชเชอร์ส แชร์ อิส เรด.
    เก้าอี้ของคุณครูของฉันเป็นสีแดง.
    B: That's interesting! แดทส อินเทรสติ้ง! น่าสนใจจัง!

  17. A: I want to buy a new blue shirt.
    ไอ วอนท์ ทู บาย อะ นิว บลู เชิร์ท.
    ฉันอยากซื้อเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินตัวใหม่.
    B: I can help you. ไอ แคน เฮลพ์ ยู. ฉันช่วยคุณได้.

  18. A: What color is your pen?
    วอท คัลเลอร์ อิส ยัวร์ เพน?
    ปากกาของคุณสีอะไร?
    B: It is green. อิท อิส กรีน. มันเป็นสีเขียว.

  19. A: Is the TV black? อิส เดอะ ทีวี แบล็ค? โทรทัศน์สีดำใช่ไหม?
    B: Yes, it is. เยส, อิท อิส. ใช่, มันใช่.

  20. A: This cat is so cute, and it's white.
    ดิส แคท อิส โซ คิ้วท์, แอนด์ อิทส ไวท์.
    แมวตัวนี้น่ารักมาก, และมันเป็นสีขาว.
    B: I agree! ไอ อะกรี! ฉันเห็นด้วย!








คำค้นหา (Hashtags)

#ฝึกพูดอังกฤษ #ภาษาอังกฤษเบื้องต้น #คำศัพท์สี #สีภาษาอังกฤษ #30วันเก่งอังกฤษ #ภาษาอังกฤษง่ายๆ #เด็กหัดพูด #บทเรียนภาษาอังกฤษ #เรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง #คำศัพท์ภาษาอังกฤษ #อังกฤษวันละนิด

30 วัน เก่งอังกฤษเหมือนเด็กหัดพูด: Day 11 - เฟอร์นิเจอร์ในบ้าน

 วันนี้เราจะมาเรียนรู้คำศัพท์เกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์ในบ้านที่เจอในชีวิตประจำวันกัน! คำว่า "Chair" และ "Table" เป็นคำง่าย ๆ ที่จะช่วยให้คุณอธิบายสิ่งของรอบตัวได้ ลองชี้ไปที่เก้าอี้และโต๊ะในบ้านของคุณ แล้วฝึกพูดประโยคเหล่านี้ออกมาดัง ๆ




บทเรียน: Day 11

วันนี้เราจะมาเรียนรู้คำศัพท์พื้นฐานสำหรับสิ่งของในห้องที่เราเห็นบ่อย ๆ ลองออกเสียงตามให้ชัดเจนและมั่นใจ

  • Chair คำอ่าน: แชร์ คำแปล: เก้าอี้

  • Table คำอ่าน: เทเบิล คำแปล: โต๊ะ

คำศัพท์เพิ่มเติม

  1. Room (รูม) - ห้อง

  2. Door (ดอร์) - ประตู

  3. Window (วินโดว์) - หน้าต่าง

  4. Bed (เบด) - เตียง

  5. Desk (เดสค์) - โต๊ะทำงาน, โต๊ะเรียน

  6. Lamp (แลมป์) - โคมไฟ

  7. Sofa (โซฟา) - โซฟา

  8. TV (ทีวี) - โทรทัศน์

  9. Floor (ฟลอร์) - พื้น

  10. Wall (วอลล์) - กำแพง

  11. Sit (ซิท) - นั่ง

  12. On (ออน) - บน

  13. In (อิน) - ใน

  14. Big (บิก) - ใหญ่

  15. Small (สมอล) - เล็ก


ประโยคตัวอย่าง

  • This is a chair. คำอ่าน: ดิส อิส อะ แชร์. คำแปล: นี่คือเก้าอี้.

  • This is a table. คำอ่าน: ดิส อิส อะ เทเบิล. คำแปล: นี่คือโต๊ะ.



แบบฝึกหัด

ลองชี้ไปที่สิ่งของในห้อง แล้วพูดประโยคเหล่านี้ออกมาดัง ๆ

  • ชี้ไปที่เก้าอี้: This is a chair.

  • ชี้ไปที่โต๊ะ: This is a table.


ตัวอย่างประโยคการใช้งาน

  1. The chair is in the room.
    เดอะ แชร์ อิส อิน เดอะ รูม.
    เก้าอี้อยู่ในห้อง.

  2. The table is in the middle of the room.
    เดอะ เทเบิล อิส อิน เดอะ มิดเดิล ออฟ เดอะ รูม.
    โต๊ะอยู่ตรงกลางห้อง.

  3. I like this blue chair.
    ไอ ไลค์ ดิส บลู แชร์.
    ฉันชอบเก้าอี้สีน้ำเงินตัวนี้.

  4. My book is on the table.
    มาย บุ๊ค อิส ออน เดอะ เทเบิล.
    หนังสือของฉันอยู่บนโต๊ะ.

  5. Please sit on the chair.
    พลีส ซิท ออน เดอะ แชร์.
    กรุณานั่งบนเก้าอี้.

  6. The cat is under the table.
    เดอะ แคท อิส อันเดอร์ เดอะ เทเบิล.
    แมวอยู่ใต้โต๊ะ.

  7. This is a big table.
    ดิส อิส อะ บิก เทเบิล.
    นี่คือโต๊ะตัวใหญ่.

  8. I need a new chair.
    ไอ นีด อะ นิว แชร์.
    ฉันต้องการเก้าอี้ตัวใหม่.

  9. The lamp is on the table.
    เดอะ แลมป์ อิส ออน เดอะ เทเบิล.
    โคมไฟอยู่บนโต๊ะ.

  10. The chair is near the window.
    เดอะ แชร์ อิส เนียร์ เดอะ วินโดว์.
    เก้าอี้อยู่ใกล้หน้าต่าง.

  11. My father is sitting on a chair.
    มาย ฟาเธอร์ อิส ซิทติ้ง ออน อะ แชร์.
    พ่อของฉันกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้.

  12. The table is made of wood.
    เดอะ เทเบิล อิส เมด ออฟ วูด.
    โต๊ะทำจากไม้.

  13. Can you move this chair?
    แคน ยู มูฟ ดิส แชร์?
    คุณช่วยย้ายเก้าอี้ตัวนี้ได้ไหม?

  14. This is a small table.
    ดิส อิส อะ สมอล เทเบิล.
    นี่คือโต๊ะตัวเล็ก.

  15. My brother is doing homework at his desk.
    มาย บราเธอร์ อิส ดูอิ้ง โฮมเวิร์ค แอท ฮิส เดสค์.
    พี่ชายของฉันกำลังทำการบ้านที่โต๊ะทำงานของเขา.


ตัวอย่างบทสนทนา 

  1. A: Is this a table? อิส ดิส อะ เทเบิล? นี่คือโต๊ะใช่ไหม?
    B: Yes, it is. เยส, อิท อิส. ใช่, มันใช่.

  2. A: Is that a chair? อิส แดท อะ แชร์? นั่นคือเก้าอี้ใช่ไหม?
    B: No, it is not. โน, อิท อิส นอท. ไม่, มันไม่ใช่.

  3. A: Where is my bag? แวร์ อิส มาย แบก? กระเป๋าของฉันอยู่ที่ไหน?
    B: It is on the chair. อิท อิส ออน เดอะ แชร์. มันอยู่บนเก้าอี้.

  4. A: Can I sit on this chair? แคน ไอ ซิท ออน ดิส แชร์? ฉันขอนั่งบนเก้าอี้ตัวนี้ได้ไหม?
    B: Yes, you can. เยส, ยู แคน. ได้, คุณนั่งได้.

  5. A: My book is on the table. มาย บุ๊ค อิส ออน เดอะ เทเบิล. หนังสือของฉันอยู่บนโต๊ะ.
    B: Thank you. แธ้งก์ กิ่ว. ขอบคุณ.

  6. A: This is a big chair. ดิส อิส อะ บิก แชร์. นี่คือเก้าอี้ตัวใหญ่.
    B: Yes, it is. เยส, อิท อิส. ใช่, มันใช่.

  7. A: Is this your table? อิส ดิส ยัวร์ เทเบิล? นี่คือโต๊ะของคุณใช่ไหม?
    B: No, it is not. โน, อิท อิส นอท. ไม่, มันไม่ใช่.

  8. A: My cat is on the table. มาย แคท อิส ออน เดอะ เทเบิล. แมวของฉันอยู่บนโต๊ะ.
    B: Oh, no! โอ, โน! โอ้, ไม่นะ!

  9. A: I am happy with my new chair.
    ไอ แอม แฮปปี้ วิท มาย นิว แชร์.
    ฉันมีความสุขกับเก้าอี้ตัวใหม่ของฉัน.
    B: It looks nice. อิท ลุคส ไนซ์. มันดูดีนะ.

  10. A: What is this? วอท อิส ดิส? นี่คืออะไร?
    B: It's a small table. อิทส อะ สมอล เทเบิล. มันคือโต๊ะตัวเล็ก.

  11. A: Where is your father? แวร์ อิส ยัวร์ ฟาเธอร์? พ่อของคุณอยู่ที่ไหน?
    B: He is sitting on a chair. ฮี อิส ซิทติ้ง ออน อะ แชร์. เขากำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้.

  12. A: Is the pen on the table? อิส เดอะ เพน ออน เดอะ เทเบิล? ปากกาอยู่บนโต๊ะไหม?
    B: Yes, it is. เยส, อิท อิส. ใช่, มันอยู่.

  13. A: I'm sad, I broke the chair. อาย'ม แซด, ไอ บโรค เดอะ แชร์. ฉันเศร้า, ฉันทำเก้าอี้พัง.
    B: I'm sorry to hear that. อาย'ม ซอรรี่ ทู เฮียร์ แดท. ฉันเสียใจที่ได้ยินอย่างนั้น.

  14. A: Can you move the table? แคน ยู มูฟ เดอะ เทเบิล? คุณช่วยย้ายโต๊ะได้ไหม?
    B: Yes, I can. เยส, ไอ แคน. ได้, ฉันทำได้.

  15. A: Is this chair for me? อิส ดิส แชร์ ฟอร์ มี? เก้าอี้ตัวนี้สำหรับฉันใช่ไหม?
    B: Yes, it is. เยส, อิท อิส. ใช่, มันใช่.

  16. A: The cat is on the chair. เดอะ แคท อิส ออน เดอะ แชร์. แมวอยู่บนเก้าอี้.
    B: Oh, it's sleeping. โอ, อิท'ส สลีปปิ้ง. โอ้, มันกำลังหลับ.

  17. A: What is on the table? วอท อิส ออน เดอะ เทเบิล? มีอะไรอยู่บนโต๊ะ?
    B: A book. อะ บุ๊ค. หนังสือ.

  18. A: I am a student. This is my desk.
    ไอ แอม อะ สทูเดนท์. ดิส อิส มาย เดสค์.
    ฉันเป็นนักเรียน. นี่คือโต๊ะเรียนของฉัน.
    B: It looks good. อิท ลุคส กู้ด. มันดูดีนะ.

  19. A: Is your brother on the chair?
    อิส ยัวร์ บราเธอร์ ออน เดอะ แชร์?
    พี่ชายของคุณอยู่บนเก้าอี้เหรอ?
    B: Yes, he is. เยส, ฮี อิส. ใช่, เขาอยู่.

  20. A: My mother is near the table.
    มาย มาเธอร์ อิส เนียร์ เดอะ เทเบิล.
    แม่ของฉันอยู่ใกล้ ๆ โต๊ะ.
    B: What is she doing?
    วอท อิส ชี ดูอิ้ง?
    เธอกำลังทำอะไร?







คำค้นหา (Hashtags)

#ฝึกพูดอังกฤษ #ภาษาอังกฤษเบื้องต้น #คำศัพท์เฟอร์นิเจอร์ #ChairTable #30วันเก่งอังกฤษ #ภาษาอังกฤษง่ายๆ #เด็กหัดพูด #บทเรียนภาษาอังกฤษ #เรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง #คำศัพท์ภาษาอังกฤษ #อังกฤษวันละนิด

30 วัน เก่งอังกฤษเหมือนเด็กหัดพูด: Day 10 - สิ่งของรอบตัว

 เดินทางมาถึงวันที่ 10 แล้ว! วันนี้เราจะมาเรียนรู้คำศัพท์สำหรับเรียกสิ่งของที่เราใช้ในชีวิตประจำวันอย่าง "Book", "Pen", และ "Bag" ลองมองไปที่โต๊ะทำงานหรือโต๊ะเรียนของคุณ แล้วฝึกพูดประโยคเหล่านี้ไปพร้อม ๆ กันเลย!




บทเรียน: Day 10

วันนี้เราจะเรียนรู้คำศัพท์สำคัญสำหรับสิ่งของที่เราพบเจอในชีวิตประจำวัน ลองออกเสียงตามให้ชัดเจนและเป็นธรรมชาติ

  • Book คำอ่าน: บุ๊ค คำแปล: หนังสือ

  • Pen คำอ่าน: เพน คำแปล: ปากกา

  • Bag คำอ่าน: แบก คำแปล: กระเป๋า

คำศัพท์เพิ่มเติม

  1. Table (เทเบิล) - โต๊ะ

  2. Chair (แชร์) - เก้าอี้

  3. Pencil (เพนซิล) - ดินสอ

  4. Paper (เพเพอร์) - กระดาษ

  5. Desk (เดสค์) - โต๊ะเรียน, โต๊ะทำงาน

  6. Notebook (โน้ตบุ๊ค) - สมุดบันทึก

  7. School (สคูล) - โรงเรียน

  8. Home (โฮม) - บ้าน

  9. Study (สตัดดี้) - เรียน

  10. Write (ไรท์) - เขียน

  11. Read (รีด) - อ่าน

  12. New (นิว) - ใหม่

  13. Old (โอลด์) - เก่า

  14. Big (บิก) - ใหญ่

  15. Small (สมอล) - เล็ก

ประโยคตัวอย่าง

  • This is a book. คำอ่าน: ดิส อิส อะ บุ๊ค. คำแปล: นี่คือหนังสือ.

  • This is a pen. คำอ่าน: ดิส อิส อะ เพน. คำแปล: นี่คือปากกา.

  • This is a bag. คำอ่าน: ดิส อิส อะ แบก. คำแปล: นี่คือกระเป๋า.

แบบฝึกหัด

ลองมองสิ่งของบนโต๊ะของคุณ แล้วพูดเป็นภาษาอังกฤษ

  • ชี้ไปที่หนังสือ: This is a book.

  • ชี้ไปที่ปากกา: This is a pen.

  • ชี้ไปที่กระเป๋า: This is a bag.


ตัวอย่างประโยคการใช้งาน 

  1. I need a book for school. ไอ นีด อะ บุ๊ค ฟอร์ สคูล. ฉันต้องการหนังสือสำหรับโรงเรียน.

  2. Can I borrow your pen? แคน ไอ บอร์โร่ว ยัวร์ เพน? ฉันขอยืมปากกาของคุณได้ไหม?

  3. My bag is on the chair. มาย แบก อิส ออน เดอะ แชร์. กระเป๋าของฉันอยู่บนเก้าอี้.

  4. The book is on the table. เดอะ บุ๊ค อิส ออน เดอะ เทเบิล. หนังสืออยู่บนโต๊ะ.

  5. I have a blue pen. ไอ แฮฟ อะ บลู เพน. ฉันมีปากกาสีน้ำเงิน.

  6. This is a big bag. ดิส อิส อะ บิก แบก. นี่คือกระเป๋าใบใหญ่.

  7. Please put your pen in your bag. พลีส พุท ยัวร์ เพน อิน ยัวร์ แบก. โปรดใส่ปากกาของคุณในกระเป๋า.

  8. I love to read a book. ไอ เลิฟ ทู รีด อะ บุ๊ค. ฉันชอบอ่านหนังสือ.

  9. This book is very old. ดิส บุ๊ค อิส เวรี่ โอลด์. หนังสือเล่มนี้เก่ามาก.

  10. The pen is in my bag. เดอะ เพน อิส อิน มาย แบก. ปากกาอยู่ในกระเป๋าของฉัน.

  11. My new book is interesting. มาย นิว บุ๊ค อิส อินเทรสติ้ง. หนังสือเล่มใหม่ของฉันน่าสนใจ.

  12. Where is my bag? แวร์ อิส มาย แบก? กระเป๋าของฉันอยู่ที่ไหน?

  13. I use a pen to write. ไอ ยูส อะ เพน ทู ไรท์. ฉันใช้ปากกาเพื่อเขียน.

  14. Is this your book? อิส ดิส ยัวร์ บุ๊ค? นี่คือหนังสือของคุณใช่ไหม?

  15. My brother wants a new bag. มาย บราเธอร์ วอนท์ส อะ นิว แบก. พี่ชายของฉันต้องการกระเป๋าใบใหม่.


ตัวอย่างบทสนทนา

  1. A: What is this? วอท อิส ดิส? นี่คืออะไร?
    B: It is a pen. อิท อิส อะ เพน. มันคือปากกา.

  2. A: Is this your book? อิส ดิส ยัวร์ บุ๊ค? นี่คือหนังสือของคุณใช่ไหม?
    B: Yes, it is. เยส, อิท อิส. ใช่, มันใช่.

  3. A: Where is my bag? แวร์ อิส มาย แบก? กระเป๋าของฉันอยู่ที่ไหน?
    B: It is on the chair. อิท อิส ออน เดอะ แชร์. มันอยู่บนเก้าอี้.

  4. A: I have a new bag. ไอ แฮฟ อะ นิว แบก. ฉันมีกระเป๋าใบใหม่.
    B: That's great! แดท'ส เกรท! เยี่ยมเลย!

  5. A: Can you give me a pen? แคน ยู กิฟว์ มี อะ เพน? คุณช่วยให้ปากกาฉันได้ไหม?
    B: Yes, here you are. เยส, เฮียร์ ยู อาร์. ได้, นี่ครับ/ค่ะ.

  6. A: This is a happy book. ดิส อิส อะ แฮปปี้ บุ๊ค. นี่คือหนังสือที่มีความสุข.
    B: What is it about? วอท อิส อิท อะเบ้าท์? มันเกี่ยวกับอะไร?

  7. A: I am a student. ไอ แอม อะ สทูเดนท์. ฉันเป็นนักเรียน.
    B: I have a bag for school. ไอ แฮฟ อะ แบก ฟอร์ สคูล. ฉันมีกระเป๋าสำหรับไปโรงเรียน.

  8. A: My pen is red. มาย เพน อิส เรด. ปากกาของฉันสีแดง.
    B: My pen is black. มาย เพน อิส แบล็ค. ปากกาของฉันสีดำ.

  9. A: Is this book for me? อิส ดิส บุ๊ค ฟอร์ มี? หนังสือเล่มนี้สำหรับฉันใช่ไหม?
    B: Yes, it is. เยส, อิท อิส. ใช่, มันใช่.

  10. A: Sorry, I dropped your pen. ซอรรี่, ไอ ดรอพท์ ยัวร์ เพน. ขอโทษ, ฉันทำปากกาของคุณตก.
    B: It's okay. อิท'ส โอเค. ไม่เป็นไร.

  11. A: Do you like this bag? ดู ยู ไลค์ ดิส แบก? คุณชอบกระเป๋าใบนี้ไหม?
    B: Yes, it is nice. เยส, อิท อิส ไนซ์. ใช่, มันดีนะ.

  12. A: This book is about a dog. ดิส บุ๊ค อิส อะเบ้าท์ อะ ด็อก. หนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับสุนัข.
    B: I love dogs! ไอ เลิฟ ด็อกส! ฉันรักสุนัข!

  13. A: My bag is small. มาย แบก อิส สมอล. กระเป๋าของฉันใบเล็ก.
    B: My bag is big. มาย แบก อิส บิก. กระเป๋าของฉันใบใหญ่.

  14. A: Is this a book or a notebook? อิส ดิส อะ บุ๊ค ออร์ อะ โน้ตบุ๊ค? นี่คือหนังสือหรือสมุด?
    B: It's a book. อิท'ส อะ บุ๊ค. มันคือหนังสือ.

  15. A: I need a pen to write. ไอ นีด อะ เพน ทู ไรท์. ฉันต้องการปากกาเพื่อเขียน.
    B: Here, take mine. เฮียร์, เทค มายน์. นี่, เอาของฉันไปสิ.

  16. A: Is your bag heavy? อิส ยัวร์ แบก เฮฟวี่? กระเป๋าของคุณหนักไหม?
    B: Yes, it is. เยส, อิท อิส. ใช่, มันหนัก.

  17. A: What is in your bag? วอท อิส อิน ยัวร์ แบก? มีอะไรอยู่ในกระเป๋าของคุณ?
    B: A book and a pen. อะ บุ๊ค แอนด์ อะ เพน. หนังสือและปากกา.

  18. A: My father gave me this book.
    มาย ฟาเธอร์ เกฟ มี ดิส บุ๊ค.
    พ่อของฉันให้หนังสือเล่มนี้กับฉัน.
    B: That is so nice. แดท อิส โซ ไนซ์. ใจดีจังเลย.

  19. A: This is my new pen. ดิส อิส มาย นิว เพน. นี่คือปากกาใหม่ของฉัน.
    B: It is a nice color. อิท อิส อะ ไนซ์ คัลเลอร์. มันสีสวยดี.

  20. A: Can I put my bag here? แคน ไอ พุท มาย แบก เฮียร์? ฉันวางกระเป๋าของฉันตรงนี้ได้ไหม?
    B: Yes, you can. เยส, ยู แคน. ได้, คุณวางได้.










คำค้นหา (Hashtags)

#ฝึกพูดอังกฤษ #ภาษาอังกฤษเบื้องต้น #คำศัพท์ภาษาอังกฤษ #สิ่งของในโรงเรียน #30วันเก่งอังกฤษ #ภาษาอังกฤษง่ายๆ #เด็กหัดพูด #บทเรียนภาษาอังกฤษ #เรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง #คำศัพท์ภาษาอังกฤษ #อังกฤษวันละนิด

30 วัน เก่งอังกฤษเหมือนเด็กหัดพูด: Day 9 - เพื่อนและคุณครู

วันนี้เรามาเรียนรู้คำศัพท์สำหรับเรียกคนที่สำคัญในชีวิตของเรา นั่นคือ "เพื่อน" และ "คุณครู" คำง่าย ๆ ที่จะช่วยให้คุณแนะนำคนเหล่านี้ให้คนอื่นรู้จักได้ ลองนำไปใช้ในชีวิตประจำวันแล้วคุณจะรู้สึกว่าการพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ยากอย่างที่คิด





บทเรียน: Day 9

วันนี้เราจะเรียนรู้คำศัพท์สำคัญที่ใช้เรียกคนใกล้ชิดในโรงเรียนหรือในชีวิตประจำวันของเรา ลองออกเสียงตามให้ชัดเจนและมั่นใจ

  • Friend คำอ่าน: เฟรนด์ คำแปล: เพื่อน

  • Teacher คำอ่าน: ทีชเชอร์ คำแปล: คุณครู, อาจารย์

คำศัพท์เพิ่มเติม

  1. Student (สทูเดนท์) - นักเรียน

  2. Classmate (คลาสเมท) - เพื่อนร่วมชั้น

  3. School (สคูล) - โรงเรียน

  4. Play (เพลย์) - เล่น

  5. Study (สตัดดี้) - เรียน

  6. Talk (ทอล์ค) - พูดคุย

  7. Help (เฮลพ์) - ช่วยเหลือ

  8. Nice (ไนซ์) - ดี, น่ารัก

  9. Kind (ไคนด์) - ใจดี

  10. Smart (สมาร์ท) - ฉลาด

  11. Funny (ฟันนี่) - ตลก

  12. Favorite (เฟเวอริท) - ที่ชื่นชอบ

  13. Listen (ลิสเซิ่น) - ฟัง

  14. Read (รีด) - อ่าน

  15. Write (ไรท์) - เขียน


ประโยคตัวอย่าง

  • She is my friend. คำอ่าน: ชี อิส มาย เฟรนด์. คำแปล: เธอคือเพื่อนของฉัน.

  • He is my teacher. คำอ่าน: ฮี อิส มาย ทีชเชอร์. คำแปล: เขาคือคุณครูของฉัน.


แบบฝึกหัด

ลองแนะนำเพื่อนหรือคุณครูของคุณให้คนอื่นรู้จัก

  • ชี้ไปที่เพื่อนของคุณและพูดว่า: This is my friend, [ชื่อเพื่อน].

  • ชี้ไปที่คุณครูและพูดว่า: He/She is my teacher.


ตัวอย่างประโยคการใช้งาน

  1. I have a new friend. ไอ แฮฟ อะ นิว เฟรนด์. ฉันมีเพื่อนใหม่.

  2. My teacher is very kind. มาย ทีชเชอร์ อิส เวรี่ ไคนด์. คุณครูของฉันใจดีมาก.

  3. We are friends. วี อาร์ เฟรนด์ส. พวกเราเป็นเพื่อนกัน.

  4. My favorite teacher is Ms. Anne. มาย เฟเวอริท ทีชเชอร์ อิส มิส แอนน์. คุณครูคนโปรดของฉันคือคุณแอน.

  5. My friend is happy today. มาย เฟรนด์ อิส แฮปปี้ ทูเดย์. เพื่อนของฉันมีความสุขวันนี้.

  6. The teacher is in the classroom. เดอะ ทีชเชอร์ อิส อิน เดอะ คลาสรูม. คุณครูอยู่ในห้องเรียน.

  7. Can I play with your friend? แคน ไอ เพลย์ วิท ยัวร์ เฟรนด์? ฉันขอเล่นกับเพื่อนของคุณได้ไหม?

  8. The teacher helps me with my homework. เดอะ ทีชเชอร์ เฮลป์ส มี วิท มาย โฮมเวิร์ค. คุณครูช่วยฉันทำการบ้าน.

  9. He is a good friend. ฮี อิส อะ กู้ด เฟรนด์. เขาเป็นเพื่อนที่ดี.

  10. We listen to the teacher. วี ลิสเซิ่น ทู เดอะ ทีชเชอร์. พวกเราตั้งใจฟังคุณครู.

  11. My friend has a cat. มาย เฟรนด์ แฮส อะ แคท. เพื่อนของฉันมีแมวหนึ่งตัว.

  12. Our teacher is smart. เอาเออร์ ทีชเชอร์ อิส สมาร์ท. คุณครูของพวกเราฉลาด.

  13. She is a friend of my sister. ชี อิส อะ เฟรนด์ ออฟ มาย ซิสเตอร์. เธอคือเพื่อนของพี่สาว/น้องสาวฉัน.

  14. My teacher is very nice. มาย ทีชเชอร์ อิส เวรี่ ไนซ์. คุณครูของฉันดีมาก.

  15. My friend and I study together. มาย เฟรนด์ แอนด์ ไอ สตัดดี้ ทูเกเธอร์. เพื่อนของฉันกับฉันเรียนด้วยกัน.


ตัวอย่างบทสนทนา 

  1. A: Who is he? ฮู อิส ฮี? เขาคือใคร?
    B: He is my teacher. ฮี อิส มาย ทีชเชอร์. เขาคือคุณครูของฉัน.

  2. A: Is she your friend? อิส ชี ยัวร์ เฟรนด์? เธอคือเพื่อนของคุณใช่ไหม?
    B: Yes, she is my best friend. เยส, ชี อิส มาย เบสท์ เฟรนด์. ใช่, เธอคือเพื่อนสนิทของฉัน.

  3. A: Hello, Miss Lisa. เฮลโล, มิส ลิซ่า. สวัสดีครับ/ค่ะ, คุณลิซ่า.
    B: Hello, are you a new student? เฮลโล, อาร์ ยู อะ นิว สทูเดนท์? สวัสดี, เธอเป็นนักเรียนใหม่ใช่ไหม?

  4. A: I'm sorry, my friend is sad. อาย'ม ซอรรี่, มาย เฟรนด์ อิส แซด. ขอโทษ, เพื่อนของฉันเศร้า.
    B: That's okay. แดท'ส โอเค. ไม่เป็นไร.

  5. A: Is your teacher a man or a woman?
    อิส ยัวร์ ทีชเชอร์ อะ แมน ออร์ อะ วูแมน?
    คุณครูของคุณเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง?
    B: He is a man. ฮี อิส อะ แมน. เขาเป็นผู้ชาย.

  6. A: This is my friend, Jack. ดิส อิส มาย เฟรนด์, แจ็ค. นี่คือเพื่อนของฉัน, แจ็ค.
    B: Hi, Jack. Nice to meet you. ฮาย, แจ็ค. ไนซ์ ทู มีท ยู. สวัสดี, แจ็ค. ยินดีที่ได้รู้จัก.

  7. A: My teacher is happy today. มาย ทีชเชอร์ อิส แฮปปี้ ทูเดย์. คุณครูของฉันมีความสุขวันนี้.
    B: Yes, she looks happy. เยส, ชี ลุคส แฮปปี้. ใช่, เธอดูมีความสุข.

  8. A: Do you want to play with my friend?
    ดู ยู วอนท์ ทู เพลย์ วิท มาย เฟรนด์? คุณอยากเล่นกับเพื่อนของฉันไหม?
    B: Yes, I do. เยส, ไอ ดู. ใช่, ฉันอยาก.

  9. A: Goodbye, teacher! กู้ดบาย, ทีชเชอร์! ลาก่อนครับ/ค่ะ, คุณครู!
    B: Goodbye, students! กู้ดบาย, สทูเดนท์ส! ลาก่อน, นักเรียนทุกคน!

  10. A: What do you study with your teacher?
    วอท ดู ยู สตัดดี้ วิท ยัวร์ ทีชเชอร์? คุณเรียนอะไรกับคุณครูของคุณ?
    B: We study English. วี สตัดดี้ อิงลิช. พวกเราเรียนภาษาอังกฤษ.

  11. A: My friend has a dog. มาย เฟรนด์ แฮส อะ ด็อก. เพื่อนของฉันมีสุนัข.
    B: Is it a big dog? อิส อิท อะ บิก ด็อก? มันเป็นสุนัขตัวใหญ่เหรอ?

  12. A: The teacher said "good morning".
    เดอะ ทีชเชอร์ เซด "กู้ด มอร์นิ่ง."
    คุณครูพูดว่า "อรุณสวัสดิ์."
    B: And you said "good morning" too?
    แอนด์ ยู เซด "กู้ด มอร์นิ่ง" ทู?
    แล้วเธอก็พูดว่า "อรุณสวัสดิ์" ด้วยไหม?

  13. A: I am a friend of your brother.
    ไอ แอม อะ เฟรนด์ ออฟ ยัวร์ บราเธอร์.
    ฉันเป็นเพื่อนของพี่ชาย/น้องชายคุณ.
    B: Oh, hello. โอ, เฮลโล. อ๋อ, สวัสดี.

  14. A: Our teacher is very funny. เอาเออร์ ทีชเชอร์ อิส เวรี่ ฟันนี่. คุณครูของพวกเราตลกมาก.
    B: I like funny teachers. ไอ ไลค์ ฟันนี่ ทีชเชอร์ส. ฉันชอบคุณครูที่ตลก.

  15. A: My friend is sad today. มาย เฟรนด์ อิส แซด ทูเดย์. เพื่อนของฉันเศร้าวันนี้.
    B: What is wrong? วอท อิส รอง? มีอะไรผิดปกติเหรอ?

  16. A: My teacher said to be quiet. มาย ทีชเชอร์ เซด ทู บี ไควเอ็ท. คุณครูบอกให้เงียบ.
    B: Okay, let's be quiet. โอเค, เลท'ส บี ไควเอ็ท. โอเค, มาเงียบกันเถอะ.

  17. A: Can you help my friend? แคน ยู เฮลพ์ มาย เฟรนด์? คุณช่วยเพื่อนของฉันได้ไหม?
    B: Yes, I can. เยส, ไอ แคน. ได้, ฉันช่วยได้.

  18. A: My friend can read and write.
    มาย เฟรนด์ แคน รีด แอนด์ ไรท์.
    เพื่อนของฉันสามารถอ่านและเขียนได้.
    B: That's great! แดท'ส เกรท! ยอดเยี่ยมเลย!

  19. A: The teacher is giving us homework.
    เดอะ ทีชเชอร์ อิส กิฟวิ่ง อัส โฮมเวิร์ค.
    คุณครูกำลังให้การบ้านพวกเรา.
    B: Oh, no! โอ, โน! โอ้, ไม่นะ!

  20. A: Is your friend a boy or a girl?
    อิส ยัวร์ เฟรนด์ อะ บอย ออร์ อะ เกิร์ล?
    เพื่อนของคุณเป็นเด็กผู้ชายหรือผู้หญิง?
    B: He is a boy. ฮี อิส อะ บอย. เขาเป็นเด็กผู้ชาย.









คำค้นหา (Hashtags)

#ฝึกพูดอังกฤษ #ภาษาอังกฤษเบื้องต้น #คำศัพท์ภาษาอังกฤษ #FriendTeacher #30วันเก่งอังกฤษ #ภาษาอังกฤษง่ายๆ #เด็กหัดพูด #บทเรียนภาษาอังกฤษ #เรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง #คำศัพท์ภาษาอังกฤษ

30 วัน เก่งอังกฤษเหมือนเด็กหัดพูด: Day 8 - ครอบครัวของฉัน

เริ่มต้นสัปดาห์ที่สองของการเรียนรู้ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับคำศัพท์เกี่ยวกับ "คนในครอบครัว" ที่เราคุ้นเคยกันดี คำง่าย ๆ ที่จะช่วยให้คุณแนะนำคนในครอบครัวของคุณเป็นภาษาอังกฤษได้ ลองนำไปใช้กับรูปภาพครอบครัวของคุณดูสิ





บทเรียน: Day 8

วันนี้เราจะเรียนรู้คำศัพท์สำคัญที่ใช้เรียกคนในครอบครัว ลองออกเสียงตามให้ชัดเจนและเป็นธรรมชาติ

  • Father คำอ่าน: ฟาเธอร์ คำแปล: พ่อ

  • Mother คำอ่าน: มาเธอร์ คำแปล: แม่

  • Brother คำอ่าน: บราเธอร์ คำแปล: พี่ชาย/น้องชาย

  • Sister คำอ่าน: ซิสเตอร์ คำแปล: พี่สาว/น้องสาว

ประโยคตัวอย่าง

  • This is my father. คำอ่าน: ดิส อิส มาย ฟาเธอร์. คำแปล: นี่คือพ่อของฉัน.

  • This is my mother. คำอ่าน: ดิส อิส มาย มาเธอร์. คำแปล: นี่คือแม่ของฉัน.

แบบฝึกหัด

ลองชี้ไปที่คนในครอบครัว แล้วพูดว่า "This is my..."

  • ชี้ไปที่พ่อ: This is my father.

  • ชี้ไปที่แม่: This is my mother.

  • ชี้ไปที่พี่ชาย/น้องชาย: This is my brother.

  • ชี้ไปที่พี่สาว/น้องสาว: This is my sister.


ตัวอย่างประโยคการใช้งาน

  1. My father is a doctor.
    มาย ฟาเธอร์ อิส อะ ดอกเตอร์.
    พ่อของฉันเป็นหมอ.

  2. My mother cooks well.
    มาย มาเธอร์ คุคส เวล.
    แม่ของฉันทำอาหารเก่ง.

  3. I have a big brother.
    ไอ แฮฟ อะ บิก บราเธอร์.
    ฉันมีพี่ชายคนหนึ่ง.

  4. She is my little sister.
    ชี อิส มาย ลิตเติล ซิสเตอร์.
    เธอคือน้องสาวของฉัน.

  5. This is my father and mother.
    ดิส อิส มาย ฟาเธอร์ แอนด์ มาเธอร์.
    นี่คือพ่อและแม่ของฉัน.

  6. My brother and I play together.
    มาย บราเธอร์ แอนด์ ไอ เพลย์ ทูเกเธอร์.
    พี่ชายของฉันกับฉันเล่นด้วยกัน.

  7. My sister is very happy.
    มาย ซิสเตอร์ อิส เวรี่ แฮปปี้.
    พี่สาวของฉันมีความสุขมาก.

  8. I love my father very much.
    ไอ เลิฟ มาย ฟาเธอร์ เวรี่ มัช.
    ฉันรักพ่อของฉันมาก ๆ.

  9. Is your mother at home?
    อิส ยัวร์ มาเธอร์ แอท โฮม?
    แม่ของคุณอยู่ที่บ้านไหม?

  10. My little brother is so cute.
    มาย ลิตเติล บราเธอร์ อิส โซ คิ้วท์.
    น้องชายของฉันน่ารักมาก.

  11. My older sister goes to college.
    มาย โอลเดอร์ ซิสเตอร์ โกส ทู คอลเลจ.
    พี่สาวของฉันเรียนมหาวิทยาลัย.

  12. Say good night to your father.
    เซย์ กู้ด ไนท์ ทู ยัวร์ ฟาเธอร์.
    พูดราตรีสวัสดิ์กับพ่อของคุณ.

  13. Is he your brother?
    อิส ฮี ยัวร์ บราเธอร์?
    เขาเป็นพี่ชาย/น้องชายของคุณใช่ไหม?

  14. She is a good mother.
    ชี อิส อะ กู้ด มาเธอร์.
    เธอเป็นแม่ที่ดี.

  15. My sister loves my brother.
    มาย ซิสเตอร์ เลิฟส มาย บราเธอร์.
    พี่สาวของฉันรักน้องชายของฉัน.


ตัวอย่างบทสนทนา

  1. A: Who is she? ฮู อิส ชี? เธอคือใคร?
    B: She is my sister. ชี อิส มาย ซิสเตอร์.
    เธอคือพี่สาวของฉัน.

  2. A: Is he your brother? อิส ฮี ยัวร์ บราเธอร์?
    เขาเป็นพี่ชาย/น้องชายของคุณใช่ไหม?
    B: Yes, he is. เยส, ฮี อิส. ใช่, เขาใช่.

  3. A: Hello, Mrs. Smith. เฮลโล, มิสซิส สมิธ.
    สวัสดีครับ/ค่ะ, คุณนายสมิธ.
    B: Hello, you are my son's friend. เฮลโล, ยู อาร์ มาย ซันส เฟรนด์.
    สวัสดี, เธอคือเพื่อนของลูกชายฉัน.

  4. A: Where is your father? แวร์ อิส ยัวร์ ฟาเธอร์?
    พ่อของคุณอยู่ที่ไหน?
    B: He is at work. ฮี อิส แอท เวิร์ค. เขาอยู่ที่ทำงาน.

  5. A: This is my mother. ดิส อิส มาย มาเธอร์.
    นี่คือแม่ของฉัน.
    B: Nice to meet you. ไนซ์ ทู มีท ยู. ยินดีที่ได้รู้จัก.

  6. A: Do you have a brother or a sister?
    ดู ยู แฮฟ อะ บราเธอร์ ออร์ อะ ซิสเตอร์?
    คุณมีพี่ชายหรือน้องชาย หรือพี่สาวหรือน้องสาวไหม?
    B: I have a sister. ไอ แฮฟ อะ ซิสเตอร์. ฉันมีน้องสาว.

  7. A: My mother is happy today.
    มาย มาเธอร์ อิส แฮปปี้ ทูเดย์.
    แม่ของฉันมีความสุขวันนี้.
    B: That's good! แดท'ส กู้ด! ดีจัง!

  8. A: Is your brother happy? อิส ยัวร์ บราเธอร์ แฮปปี้?
    พี่ชายของคุณมีความสุขไหม?
    B: Yes, he is. เยส, ฮี อิส. ใช่, เขามีความสุข.

  9. A: What is your father's name?
    วอท อิส ยัวร์ ฟาเธอร์ส เนม?
    พ่อของคุณชื่ออะไร?
    B: His name is Mike. ฮิส เนม อิส ไมค์. เขาชื่อไมค์.

  10. A: Goodbye, Mom. กู้ดบาย, มัม. ลาก่อนครับ/ค่ะ, แม่.
    B: Goodbye, dear. กู้ดบาย, เดียร์. ลาก่อน, ที่รัก.

  11. A: Are you a brother? อาร์ ยู อะ บราเธอร์? คุณเป็นพี่ชาย/น้องชายไหม?
    B: No, I am not. โน, ไอ แอม นอท. ไม่, ฉันไม่ใช่.

  12. A: I am a sister. ไอ แอม อะ ซิสเตอร์. ฉันเป็นพี่สาว/น้องสาว.
    B: Me too! มี ทู! ฉันก็เหมือนกัน!

  13. A: Is your sister sad? อิส ยัวร์ ซิสเตอร์ แซด? พี่สาว/น้องสาวของคุณเศร้าเหรอ?
    B: No, she is not. โน, ชี อิส นอท. ไม่, เธอไม่ได้เศร้า.

  14. A: Thank you, Father. แธ้งก์ กิ่ว, ฟาเธอร์. ขอบคุณครับ, พ่อ.
    B: You're welcome, son. ยัวร์ เวลคัม, ซัน. ยินดี, ลูกชาย.

  15. A: What does your mother do? วอท ดาส ยัวร์ มาเธอร์ ดู? แม่ของคุณทำงานอะไร?
    B: She is a teacher. ชี อิส อะ ทีชเชอร์. เธอเป็นครู.

  16. A: Who is that man? ฮู อิส แดท แมน? ผู้ชายคนนั้นคือใคร?
    B: He is my brother. ฮี อิส มาย บราเธอร์. เขาคือพี่ชาย/น้องชายของฉัน.

  17. A: Is this your sister's cat? อิส ดิส ยัวร์ ซิสเตอร์ส แคท?
    นี่คือแมวของพี่สาว/น้องสาวคุณใช่ไหม?
    B: Yes, it is. เยส, อิท อิส. ใช่, มันใช่.

  18. A: My mother and father are at home.
    มาย มาเธอร์ แอนด์ ฟาเธอร์ อาร์ แอท โฮม.
    พ่อกับแม่ของฉันอยู่ที่บ้าน.
    B: That's good to hear. แดท'ส กู้ด ทู เฮียร์. ดีจังที่ได้ยินแบบนั้น.

  19. A: I'm sorry, my brother is noisy.
    อาย'ม ซอรรี่, มาย บราเธอร์ อิส นอยซี่.
    ขอโทษ, น้องชายของฉันเสียงดัง.
    B: That's okay. แดท'ส โอเค. ไม่เป็นไร.

  20. A: Are your parents happy?
    อาร์ ยัวร์ แพเร้นท์ส แฮปปี้?
    พ่อแม่ของคุณมีความสุขไหม?
    B: Yes, they are very happy.
    เยส, เดย์ อาร์ เวรี่ แฮปปี้.
    ใช่, พวกเขามีความสุขมาก.












คำค้นหา (Hashtags)

#ฝึกพูดอังกฤษ #ภาษาอังกฤษเบื้องต้น #คำศัพท์ครอบครัว #Family #30วันเก่งอังกฤษ #ภาษาอังกฤษง่ายๆ #เด็กหัดพูด #บทเรียนภาษาอังกฤษ #เรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง #คำศัพท์ภาษาอังกฤษ #อังกฤษวันละนิด

วันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2568

30 วัน เก่งอังกฤษเหมือนเด็กหัดพูด: Day 7 - วันทบทวน

 ถึงวันที่ 7 แล้ว! วันนี้เป็นวันแห่งการทบทวนสิ่งที่เราได้เรียนรู้มาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ลองใช้คำศัพท์และประโยคจาก Day 1-6 เพื่อฝึกฝนและสร้างความคุ้นเคยกับการพูดภาษาอังกฤษให้มากขึ้น!





บทเรียน: Day 7 (ทบทวน)

เราจะมาทบทวนคำศัพท์และประโยคสำคัญที่เรียนไปในสัปดาห์แรก ได้แก่:

  • คำทักทาย: Hello, Hi, Goodbye

  • คำตอบ: Yes, No

  • คำขอบคุณ/ขอโทษ: Thank you, Sorry

  • คำอวยพร: Good morning, Good night

  • คำศัพท์สัตว์: Cat, Dog

  • ประโยคแนะนำตัว: My name is...

  • ประโยคบอกสิ่งของ: This is a...


แบบฝึกหัด

ลองเล่นเกม Q&A (ถาม-ตอบ) กับตัวเองหรือกับเพื่อนและคนในครอบครัว โดยใช้คำศัพท์และประโยคเหล่านี้

  • คุณถาม: What is your name?
    เขาตอบ: My name is...

  • คุณถาม: Are you happy?
    เขาตอบ: Yes, I am. / No, I am not.

  • คุณถาม: What is this?
    เขาตอบ: It’s a cat.


ตัวอย่างประโยคการใช้งาน 

  1. Hello, my name is [ชื่อคุณ].เฮลโล, มาย เนม อิส...สวัสดี, ฉันชื่อ...

  2. I am happy to see you.ไอ แอม แฮปปี้ ทู ซี ยู.ฉันมีความสุขที่ได้เจอคุณ.

  3. Good morning, Dad.กู้ด มอร์นิ่ง, แดด.อรุณสวัสดิ์, พ่อ.

  4. Is this a dog? Yes, it is.อิส ดิส อะ ด็อก? เยส, อิท อิส.นี่คือสุนัขใช่ไหม? ใช่.

  5. Thank you for the help.แธ้งก์ กิ่ว ฟอร์ เดอะ เฮลป์.ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ.

  6. I'm sorry, I can't go.อาย'ม ซอรรี่, ไอ แค้นท์ โก.ขอโทษ, ฉันไปไม่ได้.

  7. Good night, I'm going to sleep.กู้ด ไนท์, อาย'ม โกอิง ทู สลีป.ราตรีสวัสดิ์, ฉันจะไปนอนแล้ว.

  8. My cat is cute.มาย แคท อิส คิ้วท์.แมวของฉันน่ารัก.

  9. No, I am not sad.โน, ไอ แอม นอท แซด.ไม่, ฉันไม่ได้เศร้า.

  10. Goodbye, see you later.กู้ดบาย, ซี ยู เลท'เทอร์.ลาก่อน, ไว้เจอกันนะ.

  11. This is a cat.ดิส อิส อะ แคท.นี่คือแมว.

  12. Yes, I am tired.เยส, ไอ แอม ไทร์ด.ใช่, ฉันเหนื่อย.

  13. Hi, what is your name?ฮาย, วอท อิส ยัวร์ เนม?สวัสดี, คุณชื่ออะไร?

  14. The dog is happy.เดอะ ด็อก อิส แฮปปี้.สุนัขมีความสุข.

  15. Thank you for coming.แธ้งก์ กิ่ว ฟอร์ คัมมิ่ง.ขอบคุณที่มา.


ตัวอย่างบทสนทนา

  1. A: What is your name?วอท อิส ยัวร์ เนม?คุณชื่ออะไร?
    B: My name is Lisa.มาย เนม อิส ลิซ่า.ฉันชื่อลิซ่า.

  2. A: Are you happy?อาร์ ยู แฮปปี้?คุณมีความสุขไหม?
    B: Yes, I am happy.เยส, ไอ แอม แฮปปี้.ใช่, ฉันมีความสุข.

  3. A: Is this a dog?อิส ดิส อะ ด็อก?นี่คือสุนัขใช่ไหม?
    B: No, it's a cat.โน, อิทส อะ แคท.ไม่, มันคือแมว.

  4. A: Good morning!กู้ด มอร์นิ่ง!อรุณสวัสดิ์!
    B: Good morning! How are you?กู้ด มอร์นิ่ง! ฮาว อาร์ ยู?อรุณสวัสดิ์! คุณเป็นอย่างไรบ้าง?

  5. A: Goodbye.กู้ดบาย.ลาก่อน.
    B: Goodbye, see you tomorrow.กู้ดบาย, ซี ยู ทูมอโร่ว.ลาก่อน, แล้วเจอกันพรุ่งนี้.

  6. A: Here you are.เฮียร์ ยู อาร์.นี่ครับ/ค่ะ.
    B: Thank you.แธ้งก์ กิ่ว.ขอบคุณ.

  7. A: Are you sad?อาร์ ยู แซด?คุณเศร้าหรือเปล่า?
    B: No, I am not.โน, ไอ แอม นอท.ไม่, ฉันไม่ได้เศร้า.

  8. A: I'm sorry.อาย'ม ซอรรี่.ขอโทษ.
    B: It's okay.อิท'ส โอเค.ไม่เป็นไร.

  9. A: Good night.กู้ด ไนท์.ราตรีสวัสดิ์.
    B: Good night, sleep well.กู้ด ไนท์, สลีป เวล.ราตรีสวัสดิ์, นอนหลับให้สบายนะ.

  10. A: What is this?วอท อิส ดิส?นี่คืออะไร?
    B: It's a book.อิทส อะ บุ๊ค.มันคือหนังสือ.

  11. A: Hello, I'm Ben.เฮลโล, อาย'ม เบน.สวัสดี, ฉันชื่อเบน.
    B: Hi, I'm Ann.ฮาย, อาย'ม แอน.สวัสดี, ฉันชื่อแอน.

  12. A: This is my cat.ดิส อิส มาย แคท.นี่คือแมวของฉัน.
    B: It's so cute!อิทส โซ คิ้วท์!มันน่ารักมาก!

  13. A: Are you tired?อาร์ ยู ไทร์ด?คุณเหนื่อยไหม?
    B: Yes, I am.เยส, ไอ แอม.ใช่, ฉันเหนื่อย.

  14. A: Is this a pencil?อิส ดิส อะ เพนซิล?นี่คือดินสอใช่ไหม?
    B: No, it's a pen.โน, อิทส อะ เพน.ไม่, มันคือปากกา.

  15. A: Thank you for the gift.แธ้งก์ กิ่ว ฟอร์ เดอะ กิฟท์.ขอบคุณสำหรับของขวัญ.
    B: You're welcome.ยัวร์ เวลคัม.ยินดี.

  16. A: I'm sorry, I forgot your name.
    อาย'ม ซอรรี่, ไอ ฟอร์กอท ยัวร์ เนม.ขอโทษ, ฉันลืมชื่อคุณไปแล้ว.
    B: It's Mike.
    อิทส ไมค์.ไมค์.

  17. A: Do you like dogs?ดู ยู ไลค์ ด็อกส?คุณชอบสุนัขไหม?
    B: Yes, I do.เยส, ไอ ดู.ใช่, ฉันชอบ.

  18. A: It's time to go home.อิทส ไทม์ ทู โก โฮม.ได้เวลากลับบ้านแล้ว.
    B: Okay, goodbye.โอเค, กู้ดบาย.โอเค, ลาก่อน.

  19. A: Why are you sad?วาย อาร์ ยู แซด?ทำไมคุณถึงเศร้า?
    B: I lost my toy.ไอ ลอสต์ มาย ทอย.ฉันทำของเล่นหาย.

  20. A: Good night, sweet dreams.กู้ด ไนท์, สวีท ดรีมส.ราตรีสวัสดิ์, ฝันดีนะ.
    B: Thank you, you too.แธ้งก์ กิ่ว, ยู ทู.ขอบคุณ, คุณก็เหมือนกัน.

























คำค้นหา (Hashtags)

#ฝึกพูดอังกฤษ #ภาษาอังกฤษเบื้องต้น #ทบทวนภาษาอังกฤษ #30วันเก่งอังกฤษ #ภาษาอังกฤษง่ายๆ #เด็กหัดพูด #บทเรียนภาษาอังกฤษ #เรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง #คำศัพท์ภาษาอังกฤษ #อังกฤษวันละนิด

30 วัน เก่งอังกฤษเหมือนเด็กหัดพูด: Day 6 - สัตว์เลี้ยงตัวโปรด

 ถึงวันที่ 6 แล้ว! วันนี้เราจะมาเรียนรู้คำศัพท์เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงใกล้ตัวอย่าง "Cat" และ "Dog" พร้อมกับประโยคง่าย ๆ ที่ใช้ชี้บอกสิ่งของรอบตัว ลองมองดูสัตว์เลี้ยงของคุณ แล้วลองพูดประโยคเหล่านี้ออกมาดัง ๆ เลย!



บทเรียน: Day 6

วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับสัตว์เลี้ยงยอดฮิตที่หลายคนคุ้นเคย ลองออกเสียงตามให้ชัดเจนและมั่นใจ

  • Cat คำอ่าน: แคท คำแปล: แมว

  • Dog คำอ่าน: ด็อก คำแปล: สุนัข

ประโยคตัวอย่าง

  • This is a cat. คำอ่าน: ดิส อิส อะ แคท. คำแปล: นี่คือแมว.

  • This is a dog. คำอ่าน: ดิส อิส อะ ด็อก. คำแปล: นี่คือสุนัข.


แบบฝึกหัด

ลองชี้ไปที่สิ่งของต่าง ๆ รอบตัว แล้วพูดว่า "This is a..."

  • ชี้ไปที่โต๊ะ: This is a table.

  • ชี้ไปที่ปากกา: This is a pen.

  • ชี้ไปที่หนังสือ: This is a book.


ตัวอย่างประโยคการใช้งาน 

  1. I have a pet cat.
    ไอ แฮฟ อะ เพ็ท แคท.
    ฉันมีแมวหนึ่งตัว.

  2. My friend has a small dog.
    มาย เฟรนด์ แฮส อะ สมอล ด็อก.
    เพื่อนของฉันมีสุนัขตัวเล็ก ๆ หนึ่งตัว.

  3. The cat is sleeping on the chair.
    เดอะ แคท อิส สลีปปิ้ง ออน เดอะ แชร์.
    แมวกำลังนอนหลับอยู่บนเก้าอี้.

  4. My dog loves to play.
    มาย ด็อก เลิฟส์ ทู เพลย์.
    สุนัขของฉันชอบเล่น.

  5. This is a big cat.
    ดิส อิส อะ บิก แคท.
    นี่คือแมวตัวใหญ่.

  6. That is a brown dog.
    แดท อิส อะ บราวน์ ด็อก.
    นั่นคือสุนัขสีน้ำตาล.

  7. The little cat is cute.
    เดอะ ลิตเติล แคท อิส คิ้วท์.
    แมวตัวน้อยน่ารัก.

  8. My dog can run fast.
    มาย ด็อก แคน รัน ฟาสท์.
    สุนัขของฉันวิ่งเร็วได้.

  9. Do you have a cat or a dog?
    ดู ยู แฮฟ อะ แคท ออร์ อะ ด็อก?
    คุณมีแมวหรือสุนัข?

  10. I see a cat in the garden.
    ไอ ซี อะ แคท อิน เดอะ การ์เด้น.
    ฉันเห็นแมวตัวหนึ่งในสวน.

  11. The dog is barking.
    เดอะ ด็อก อิส บาร์คกิ้ง.
    สุนัขกำลังเห่า.

  12. This is my new cat.
    ดิส อิส มาย นิว แคท.
    นี่คือแมวตัวใหม่ของฉัน.

  13. Is this your dog?
    อิส ดิส ยัวร์ ด็อก?
    นี่คือสุนัขของคุณใช่ไหม?

  14. The cat is chasing a mouse.
    เดอะ แคท อิส เชสซิ่ง อะ เม้าส์.
    แมวกำลังไล่จับหนู.

  15. I want to get a dog.
    ไอ วอนท์ ทู เก็ท อะ ด็อก.
    ฉันอยากได้สุนัขหนึ่งตัว.


ตัวอย่างบทสนทนา 

  1. A: What is this? วอท อิส ดิส? นี่คืออะไร?
    B: It's a cat. อิท'ส อะ แคท. มันคือแมว.

  2. A: Is this your dog? อิส ดิส ยัวร์ ด็อก? นี่สุนัขของคุณใช่ไหม?
    B: Yes, it is. เยส, อิท อิส. ใช่, มันใช่.

  3. A: Is that a cat? อิส แดท อะ แคท? นั่นคือแมวเหรอ?
    B: No, it's a dog. โน, อิท'ส อะ ด็อก. ไม่, มันคือสุนัข.

  4. A: I have a cat. ไอ แฮฟ อะ แคท. ฉันมีแมวหนึ่งตัว.
    B: Oh, I have a dog. โอ, ไอ แฮฟ อะ ด็อก. โอ้, ฉันมีสุนัขหนึ่งตัว.

  5. A: Your dog is so cute. ยัวร์ ด็อก อิส โซ คิ้วท์. สุนัขของคุณน่ารักมาก.
    B: Thank you. แธ้งก์ กิ่ว. ขอบคุณ.

  6. A: Is your cat friendly? อิส ยัวร์ แคท เฟรนด์ลี่? แมวของคุณเป็นมิตรไหม?
    B: Yes, she is. เยส, ชี อิส. ใช่, มันเป็นมิตร.

  7. A: Can I play with your dog? แคน ไอ เพลย์ วิท ยัวร์ ด็อก? ฉันขอเล่นกับสุนัขของคุณได้ไหม?
    B: Yes, you can. เยส, ยู แคน. ได้, คุณเล่นได้.

  8. A: My cat is sleeping. มาย แคท อิส สลีปปิ้ง. แมวของฉันกำลังหลับ.
    B: My dog is playing. มาย ด็อก อิส เพลย์อิ้ง. สุนัขของฉันกำลังเล่น.

  9. A: What is the color of your cat? วอท อิส เดอะ คัลเลอร์ ออฟ ยัวร์ แคท? แมวของคุณสีอะไร?
    B: It is white. อิท อิส ไวท์. มันสีขาว.

  10. A: What does a dog say? วอท ดาส อะ ด็อก เซย์? สุนัขร้องว่าอย่างไร?
    B: Woof, woof! วูฟ, วูฟ! โฮ่ง, โฮ่ง!

  11. A: Do you like cats? ดู ยู ไลค์ แคทส? คุณชอบแมวไหม?
    B: Yes, I do. เยส, ไอ ดู. ใช่, ฉันชอบ.

  12. A: Do you have a dog? ดู ยู แฮฟ อะ ด็อก? คุณมีสุนัขไหม?
    B: No, I don't. โน, ไอ ดอนท์. ไม่, ฉันไม่มี.

  13. A: This is a happy dog. ดิส อิส อะ แฮปปี้ ด็อก. นี่คือสุนัขที่มีความสุข.
    B: Yes, it is smiling. เยส, อิท อิส สไมลิ่ง. ใช่, มันกำลังยิ้ม.

  14. A: My cat is very lazy. มาย แคท อิส เวรี่ เลซี่. แมวของฉันขี้เกียจมาก.
    B: Haha, that's normal. ฮ่าฮ่า, แดท'ส นอร์มอล. ฮ่า ๆ, เป็นเรื่องปกติ.

  15. A: Look! A cat is running! ลุค! อะ แคท อิส รันนิ่ง! ดูสิ! แมวกำลังวิ่ง!
    B: Oh, I see it! โอ, ไอ ซี อิท! โอ้, ฉันเห็นแล้ว!

  16. A: My dog is big. มาย ด็อก อิส บิก. สุนัขของฉันตัวใหญ่.
    B: My cat is small. มาย แคท อิส สมอล. แมวของฉันตัวเล็ก.

  17. A: Do you want to see a picture of my cat?
    ดู ยู วอนท์ ทู ซี อะ พิคเจอร์ ออฟ มาย แคท?
    คุณอยากดูรูปแมวของฉันไหม?
    B: Yes, please.
    เยส, พลีส.
    อยากครับ/ค่ะ, โปรด.

  18. A: Is this a cat or a dog? อิส ดิส อะ แคท ออร์ อะ ด็อก? นี่คือแมวหรือสุนัข?
    B: It is a cat. อิท อิส อะ แคท. มันคือแมว.

  19. A: The dog is barking at the cat. เดอะ ด็อก อิส บาร์คกิ้ง แอท เดอะ แคท. สุนัขกำลังเห่าใส่แมว. B: Oh, no! โอ, โน! โอ้, ไม่นะ!

  20. A: I love my dog so much. ไอ เลิฟ มาย ด็อก โซ มัช. ฉันรักสุนัขของฉันมาก.
    B: Me too! มี ทู! ฉันก็เหมือนกัน!

























คำค้นหา (Hashtags)

#ฝึกพูดอังกฤษ #ภาษาอังกฤษเบื้องต้น #คำศัพท์สัตว์เลี้ยง #CatDog #30วันเก่งอังกฤษ #ภาษาอังกฤษง่ายๆ #เด็กหัดพูด #บทเรียนภาษาอังกฤษ #เรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง #คำศัพท์ภาษาอังกฤษ

30 วัน เก่งอังกฤษเหมือนเด็กหัดพูด: Day 5 - บอกเล่าความรู้สึก

 วันนี้เรามาเรียนรู้การแสดงออกทางความรู้สึกกัน! คำว่า "Happy" และ "Sad" เป็นคำง่าย ๆ ที่จะช่วยให้คุณบอกเล่าความรู้สึกของตัวเองได้ ลองฝึกพูดประโยคเหล่านี้เพื่อแสดงอารมณ์ของคุณอย่างมั่นใจ




บทเรียน: Day 5

วันนี้เราจะเรียนรู้คำศัพท์ที่ใช้อธิบายความรู้สึกพื้นฐานของเรา ลองออกเสียงตามให้ชัดเจนและรู้สึกถึงความหมายของมันจริง ๆ

  • Happy คำอ่าน: แฮปปี้ คำแปล: มีความสุข, ดีใจ

  • Sad คำอ่าน: แซด คำแปล: เศร้า, เสียใจ

ประโยคตัวอย่าง

  • I am happy. คำอ่าน: ไอ แอม แฮปปี้. คำแปล: ฉันมีความสุข.

  • I am sad. คำอ่าน: ไอ แอม แซด. คำแปล: ฉันเศร้า.

แบบฝึกหัด

ลองบอกความรู้สึกของตัวเองด้วยประโยคเหล่านี้

  • เมื่อคุณรู้สึกดี คุณพูดว่า: I am happy.

  • เมื่อคุณรู้สึกไม่ดี คุณพูดว่า: I am sad.


ตัวอย่างประโยคการใช้งาน

  1. He is happy to see you.
    ฮี อิส แฮปปี้ ทู ซี ยู.
    เขามีความสุขที่ได้เจอคุณ.

  2. She is sad because her pet is sick.
    ชี อิส แซด บีคอส เฮอร์ เพ็ท อิส ซิก.
    เธอเศร้าเพราะสัตว์เลี้ยงของเธอป่วย.

  3. Are you happy with the gift?
    อาร์ ยู แฮปปี้ วิท เดอะ กิฟท์?
    คุณพอใจกับของขวัญไหม?

  4. Don't be sad, everything will be okay.
    โดนท์ บี แซด, เอฟวรี่ธิง วิล บี โอเค.
    อย่าเศร้าไปเลย, ทุกอย่างจะโอเค.

  5. I am so happy to be here.
    ไอ แอม โซ แฮปปี้ ทู บี เฮียร์.
    ฉันมีความสุขมากที่ได้อยู่ที่นี่.

  6. The boy looked sad and quiet.
    เดอะ บอย ลุค แซด แอนด์ ไควเอ็ท.
    เด็กชายดูเศร้าและเงียบ.

  7. We are happy to play together.
    วี อาร์ แฮปปี้ ทู เพลย์ ทูเกเธอร์.
    พวกเรามีความสุขที่ได้เล่นด้วยกัน.

  8. Why are you sad today?
    วาย อาร์ ยู แซด ทูเดย์?
    ทำไมวันนี้คุณถึงเศร้าล่ะ?

  9. Everyone is happy on Christmas day.
    เอฟวรี่วัน อิส แฮปปี้ ออน คริสต์มาส เดย์.
    ทุกคนมีความสุขในวันคริสต์มาส.

  10. The movie has a sad ending.
    เดอะ มูฟวี่ แฮส อะ แซด เอ็นดิ้ง.
    หนังเรื่องนี้มีตอนจบที่น่าเศร้า.

  11. He is a happy boy.
    ฮี อิส อะ แฮปปี้ บอย.
    เขาเป็นเด็กชายที่มีความสุข.

  12. I feel a bit sad now.
    ไอ ฟีล อะ บิท แซด นาว.
    ฉันรู้สึกเศร้าเล็กน้อยตอนนี้.

  13. Is your father happy with his new car?
    อิส ยัวร์ ฟาเธอร์ แฮปปี้ วิท ฮิส นิว คาร์?
    คุณพ่อของคุณพอใจกับรถคันใหม่ของเขาไหม?

  14. It is a sad story.
    อิท อิส อะ แซด สตอรี่.
    มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้า.

  15. Happy birthday to you!
    แฮปปี้ เบิร์ธเดย์ ทู ยู!
    สุขสันต์วันเกิดนะ!


ตัวอย่างบทสนทนา 

  1. A: How are you? ฮาว อาร์ ยู? คุณเป็นอย่างไรบ้าง?
    B: I am happy. ไอ แอม แฮปปี้. ฉันมีความสุข.

  2. A: Are you sad? อาร์ ยู แซด? คุณเศร้าหรือเปล่า?
    B: No, I am not sad. โน, ไอ แอม นอท แซด. ไม่, ฉันไม่ได้เศร้า.

  3. A: Why are you so happy? วาย อาร์ ยู โซ แฮปปี้? ทำไมคุณถึงมีความสุขจัง?
    B: Because it is my birthday! บีคอส อิท อิส มาย เบิร์ธเดย์! เพราะว่าวันนี้วันเกิดฉัน!

  4. A: Is he sad? อิส ฮี แซด? เขาเศร้าหรือเปล่า?
    B: Yes, he is sad. เยส, ฮี อิส แซด. ใช่, เขาเศร้า.

  5. A: Are you happy to be here? อาร์ ยู แฮปปี้ ทู บี เฮียร์? คุณมีความสุขที่ได้มาอยู่ที่นี่ไหม?
    B: Yes, I am happy. เยส, ไอ แอม แฮปปี้. ใช่, ฉันมีความสุข.

  6. A: Is the puppy sad? อิส เดอะ พัพ'ปี้ แซด? ลูกสุนัขเศร้าหรือเปล่า?
    B: No, the puppy is happy. โน, เดอะ พัพ'ปี้ อิส แฮปปี้. ไม่, ลูกสุนัขมีความสุข.

  7. A: You look happy today! ยู ลุค แฮปปี้ ทูเดย์! วันนี้คุณดูมีความสุขนะ!
    B: Thank you! แธ้งก์ กิ่ว! ขอบคุณ!

  8. A: Why is she sad? วาย อิส ชี แซด? ทำไมเธอถึงเศร้าล่ะ?
    B: I don't know. ไอ โดนท์ โนว์. ฉันไม่รู้.

  9. A: Is your family happy? อิส ยัวร์ แฟมิลี่ แฮปปี้? ครอบครัวของคุณมีความสุขไหม?
    B: Yes, they are very happy. เยส, เดย์ อาร์ เวรี่ แฮปปี้. ใช่, พวกเขามีความสุขมาก.

  10. A: I am sad. ไอ แอม แซด. ฉันเศร้า.
    B: I'm sorry to hear that. อาย'ม ซอรรี่ ทู เฮียร์ แดท. ฉันเสียใจที่ได้ยินอย่างนั้น.

  11. A: Are you happy with your grades?
    อาร์ ยู แฮปปี้ วิท ยัวร์ เกรดส? คุณพอใจกับเกรดของคุณไหม?
    B: Yes, I am so happy!
    เยส, ไอ แอม โซ แฮปปี้! ใช่, ฉันมีความสุขมาก!

  12. A: Why are you looking so sad? วาย อาร์ ยู ลุคกิ้ง โซ แซด? ทำไมคุณถึงดูเศร้าจัง?
    B: I lost my toy. ไอ ลอสต์ มาย ทอย. ฉันทำของเล่นหาย.

  13. A: Good morning! Are you happy?
    กู้ด มอร์นิ่ง! อาร์ ยู แฮปปี้? อรุณสวัสดิ์! คุณมีความสุขไหม?
    B: Yes, I am happy. Good morning.
    เยส, ไอ แอม แฮปปี้. กู้ด มอร์นิ่ง. ใช่, ฉันมีความสุข. อรุณสวัสดิ์.

  14. A: She is sad, can we cheer her up?
    ชี อิส แซด, แคน วี เชียร์ เฮอร์ อัพ? เธอเศร้า, พวกเราทำให้เธอร่าเริงขึ้นได้ไหม?
    B: Yes, let's try.
    เยส, เลท'ส ทราย. ได้, ลองดู.

  15. A: I got a new game! ไอ ก็อท อะ นิว เกม! ฉันได้เกมใหม่!
    B: You must be very happy! ยู มัสท์ บี เวรี่ แฮปปี้! คุณต้องมีความสุขมากแน่เลย!

  16. A: My best friend is moving away.
    มาย เบสท์ เฟรนด์ อิส มูฟวิ่ง อะเวย์. เพื่อนสนิทของฉันกำลังจะย้ายไป.
    B: Oh, that is so sad.
    โอ, แดท อิส โซ แซด. โอ้, นั่นน่าเศร้าจัง.

  17. A: Are you happy to go to the zoo?
    อาร์ ยู แฮปปี้ ทู โก ทู เดอะ ซู?
    คุณมีความสุขที่จะได้ไปสวนสัตว์ไหม?
    B: Yes! I am so happy!
    เยส! ไอ แอม โซ แฮปปี้!
    ใช่! ฉันมีความสุขมาก!

  18. A: Why are your eyes red? Are you sad?
    าย อาร์ ยัวร์ อายส์ เรด? อาร์ ยู แซด?
    ทำไมตาคุณถึงแดง? คุณเศร้าเหรอ?
    B: A little. อะ ลิตเติล. นิดหน่อย.

  19. A: What makes you happy? วอท เมคส ยู แฮปปี้? อะไรที่ทำให้คุณมีความสุข?
    B: Playing with my dog. เพลย์อิ้ง วิท มาย ด็อก. การเล่นกับสุนัขของฉัน.

  20. A: I am happy that you are here. ไอ แอม แฮปปี้ แดท ยู อาร์ เฮียร์. ฉันมีความสุขที่คุณอยู่ที่นี่.
    B: I am happy too. ไอ แอม แฮปปี้ ทู. ฉันก็มีความสุขเหมือนกัน.








คำค้นหา (Hashtags)

#ฝึกพูดอังกฤษ #ภาษาอังกฤษเบื้องต้น #คำศัพท์ภาษาอังกฤษ #HappySad #30วันเก่งอังกฤษ #ภาษาอังกฤษง่ายๆ #เด็กหัดพูด #บทเรียนภาษาอังกฤษ #เรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง #บอกอารมณ์ภาษาอังกฤษ

30 วัน เก่งอังกฤษเหมือนเด็กหัดพูด: Day 4 - สวัสดีตอนเช้าและราตรีสวัสดิ์

 เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยคำทักทายดี ๆ วันนี้เราจะมาฝึกพูด "อรุณสวัสดิ์" และ "ราตรีสวัสดิ์" ในภาษาอังกฤษกัน คำง่าย ๆ ที่จะช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับวันของคุณ ลองนำไปใช้กับคนในครอบครัวดูสิ แล้วคุณจะรู้สึกคุ้นเคยกับภาษาอังกฤษมากขึ้นแน่นอน



บทเรียน: Day 4

วันนี้เราจะมาเรียนรู้คำศัพท์สำหรับทักทายและบอกลาในแต่ละช่วงเวลาของวัน ลองออกเสียงตามให้ชัดเจนและเป็นธรรมชาติ

  • Good morning. คำอ่าน: กู้ด มอร์นิ่ง คำแปล: อรุณสวัสดิ์ (ใช้ตั้งแต่ตอนเช้าถึงประมาณเที่ยงวัน)

  • Good night. คำอ่าน: กู้ด ไนท์ คำแปล: ราตรีสวัสดิ์ (ใช้ตอนจะเข้านอน)

แบบฝึกหัด

ลองพูดประโยคเหล่านี้ในสถานการณ์จริง

  • ตอนตื่นนอน คุณพูดกับพ่อแม่ว่า: Good morning, Mom. / Good morning, Dad.

  • ก่อนจะเข้านอน คุณพูดกับคนในครอบครัวว่า: Good night, everyone.


ตัวอย่างประโยคการใช้งาน 

  1. Good morning, sunshine!
    กู้ด มอร์นิ่ง, ซันชายน์!
    อรุณสวัสดิ์, เจ้าตัวน้อย!

  2. Good night, sleep well.
    กู้ด ไนท์, สลีป เวล.
    ราตรีสวัสดิ์, นอนหลับให้สบายนะ.

  3. She woke up and said, "Good morning."
    ชี โวค อัพ แอนด์ เซด, "กู้ด มอร์นิ่ง."
    เธอตื่นนอนและพูดว่า, "อรุณสวัสดิ์."

  4. He said "Good night" and went to bed.
    ฮี เซด "กู้ด ไนท์" แอนด์ เวนท์ ทู เบด.
    เขาพูดว่า "ราตรีสวัสดิ์" แล้วก็ไปนอน.

  5. Good morning, what a beautiful day!
    กู้ด มอร์นิ่ง, วอท อะ บิวตี้ฟูล เดย์!
    อรุณสวัสดิ์, เป็นวันที่สวยงามอะไรอย่างนี้!

  6. Don't forget to say "Good night" to your grandma.
    โดนท์ ฟอร์เก็ท ทู เซย์ "กู้ด ไนท์" ทู ยัวร์ แกรนด์มา.
    อย่าลืมพูด "ราตรีสวัสดิ์" กับคุณย่า/คุณยายนะ.

  7. Good morning, class.
    กู้ด มอร์นิ่ง, คลาส.
    อรุณสวัสดิ์, นักเรียนทุกคน.

  8. I will read a story and then say "Good night."
    ไอ วิล รีด อะ สตอรี่ แอนด์ เดน เซย์ "กู้ด ไนท์."
    ฉันจะอ่านนิทานแล้วค่อยพูดว่า "ราตรีสวัสดิ์."

  9. Good morning, have a good day.
    กู้ด มอร์นิ่ง, แฮฟ อะ กู้ด เดย์.
    อรุณสวัสดิ์, ขอให้เป็นวันที่ดีนะ.

  10. It's late now. Good night!
    อิท'ส เลท นาว. กู้ด ไนท์!
    มันดึกแล้ว. ราตรีสวัสดิ์!

  11. Good morning, let's have breakfast.
    กู้ด มอร์นิ่ง, เลท'ส แฮฟ เบรคฟาสท์.
    อรุณสวัสดิ์, ไปกินอาหารเช้ากัน.

  12. Tell your son "Good night" for me.
    เทล ยัวร์ ซัน "กู้ด ไนท์" ฟอร์ มี.
    ช่วยบอก "ราตรีสวัสดิ์" ให้ลูกชายคุณด้วยนะ.

  13. Good morning, everyone.
    กู้ด มอร์นิ่ง, เอฟวรี่วัน.
    อรุณสวัสดิ์, ทุกคน.

  14. It’s time for bed. Good night, dear.
    อิท'ส ไทม์ ฟอร์ เบด. กู้ด ไนท์, เดียร์.
    ได้เวลานอนแล้ว. ราตรีสวัสดิ์นะ, ที่รัก.

  15. Good morning, let's start our day.
    กู้ด มอร์นิ่ง, เลท'ส สตาร์ท เอาเออร์ เดย์.
    อรุณสวัสดิ์, มาเริ่มต้นวันของเรากัน.


ตัวอย่างบทสนทนา

  1. A: Good morning! กู้ด มอร์นิ่ง! อรุณสวัสดิ์!
    B: Good morning! กู้ด มอร์นิ่ง! อรุณสวัสดิ์!

  2. A: Good night, Mom. กู้ด ไนท์, มัม. ราตรีสวัสดิ์ครับ/ค่ะ, แม่.
    B: Good night, my son. กู้ด ไนท์, มาย ซัน. ราตรีสวัสดิ์จ้ะ, ลูกชาย.

  3. A: Good morning, are you ready? กู้ด มอร์นิ่ง, อาร์ ยู เรดดี้? อรุณสวัสดิ์, คุณพร้อมหรือยัง?
    B: Yes, I am. Good morning. เยส, ไอ แอม. กู้ด มอร์นิ่ง. ใช่, พร้อมแล้ว. อรุณสวัสดิ์.

  4. A: I'm going to sleep now. Good night.
    อาย'ม โกอิง ทู สลีป นาว. กู้ด ไนท์. ฉันจะไปนอนแล้วนะ. ราตรีสวัสดิ์.
    B: Good night, sleep tight.
    กู้ด ไนท์, สลีป ไทท์. ราตรีสวัสดิ์, หลับฝันดีนะ.

  5. A: Good morning, everyone! กู้ด มอร์นิ่ง, เอฟวรี่วัน! อรุณสวัสดิ์, ทุกคน!
    B: Good morning, teacher. กู้ด มอร์นิ่ง, ทีชเชอร์. อรุณสวัสดิ์ครับ/ค่ะ, คุณครู.

  6. A: See you tomorrow! ซี ยู ทูมอโร่ว! เจอกันพรุ่งนี้!
    B: Okay, good night. โอเค, กู้ด ไนท์. โอเค, ราตรีสวัสดิ์.

  7. A: Good morning, what's for breakfast?
    กู้ด มอร์นิ่ง, วอท'ส ฟอร์ เบรคฟาสท์? อรุณสวัสดิ์, อาหารเช้าคืออะไร?
    B: Toast and jam.
    โทสต์ แอนด์ แจม. ขนมปังปิ้งกับแยม.

  8. A: Good night, I love you. กู้ด ไนท์, ไอ เลิฟ ยู. ราตรีสวัสดิ์, ฉันรักคุณ.
    B: I love you too. Good night. ไอ เลิฟ ยู ทู. กู้ด ไนท์. ฉันก็รักคุณเหมือนกัน. ราตรีสวัสดิ์.

  9. A: Did you sleep well? ดิด ยู สลีป เวล? คุณนอนหลับสบายดีไหม?
    B: Yes, thank you. Good morning. เยส, แธ้งก์ กิ่ว. กู้ด มอร์นิ่ง. ใช่, ขอบคุณ. อรุณสวัสดิ์.

  10. A: Good night, sweet dreams. กู้ด ไนท์, สวีท ดรีมส์. ราตรีสวัสดิ์, ฝันดีนะ.
    B: You too. ยู ทู. คุณก็เช่นกัน.

  11. A: Good morning, is the sun out?
    กู้ด มอร์นิ่ง, อิส เดอะ ซัน เอาท์? อรุณสวัสดิ์, พระอาทิตย์ออกมาหรือยัง?
    B: Yes, it is.
    เยส, อิท อิส. ใช่, ออกมาแล้ว.

  12. A: Don't stay up too late. Good night.
    โดนท์ สเตย์ อัพ ทู เลท. กู้ด ไนท์. อย่าอยู่นอนดึกเกินไปนะ. ราตรีสวัสดิ์.
    B: Okay, good night.
    โอเค, กู้ด ไนท์. โอเค, ราตรีสวัสดิ์.

  13. A: Good morning, it's time for school.
    กู้ด มอร์นิ่ง, อิท'ส ไทม์ ฟอร์ สคูล. อรุณสวัสดิ์, ได้เวลาไปโรงเรียนแล้ว.
    B: Okay, Mom.
    โอเค, มัม. โอเค, แม่.

  14. A: I'm going to bed. อาย'ม โกอิง ทู เบด. ฉันจะไปนอนแล้วนะ.
    B: Good night, talk to you tomorrow. กู้ด ไนท์, ทอล์ค ทู ยู ทูมอโร่ว. ราตรีสวัสดิ์, ไว้คุยกันพรุ่งนี้.

  15. A: Good morning, honey. กู้ด มอร์นิ่ง, ฮันนี่. อรุณสวัสดิ์, ที่รัก.
    B: Good morning! กู้ด มอร์นิ่ง! อรุณสวัสดิ์!

  16. A: Are you leaving? อาร์ ยู ลีฟวิ่ง? คุณจะไปแล้วเหรอ?
    B: Yes, good night. เยส, กู้ด ไนท์. ใช่, ราตรีสวัสดิ์.

  17. A: Good morning, how was your night?
    กู้ด มอร์นิ่ง, ฮาว วอซ ยัวร์ ไนท์? อรุณสวัสดิ์, คืนที่ผ่านมาเป็นยังไงบ้าง?
    B: It was good, thanks.
    อิท วอซ กู้ด, แธงก์ส. ดีครับ/ค่ะ, ขอบคุณ.

  18. A: Good night, don't forget to lock the door.
    กู้ด ไนท์, โดนท์ ฟอร์เก็ท ทู ล็อค เดอะ ดอร์. ราตรีสวัสดิ์, อย่าลืมล็อคประตูนะ.
    B: I won't.
    ไอ โว้นท์. ไม่ลืมหรอก.

  19. A: Good morning, boss. กู้ด มอร์นิ่ง, บอส. อรุณสวัสดิ์, หัวหน้า.
    B: Good morning, have a seat. กู้ด มอร์นิ่ง, แฮฟ อะ ซีท. อรุณสวัสดิ์, เชิญนั่ง.

  20. A: I'm going to finish my homework first. Good night.
    อาย'ม โกอิง ทู ฟินิช มาย โฮมเวิร์ค เฟิร์สท์. กู้ด ไนท์. ฉันจะทำการบ้านให้เสร็จก่อน. ราตรีสวัสดิ์.
    B: Good night, do your best.
    กู้ด ไนท์, ดู ยัวร์ เบสท์. ราตรีสวัสดิ์, ทำให้ดีที่สุดนะ.















คำค้นหา (Hashtags)

#ฝึกพูดอังกฤษ #ภาษาอังกฤษเบื้องต้น #GoodMorning #GoodNight #30วันเก่งอังกฤษ #ภาษาอังกฤษง่ายๆ #เด็กหัดพูด #บทเรียนภาษาอังกฤษ #เรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง #คำศัพท์ภาษาอังกฤษ


วันพฤหัสบดีที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2568

ทักทายและแนะนำตัว: กุญแจสู่การสร้างความสัมพันธ์

 การทักทายและการแนะนำตัวเป็นทักษะพื้นฐานที่สำคัญที่สุดในการสื่อสารภาษาอังกฤษ เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนใหม่ เพื่อนร่วมงาน หรือคนรู้จัก การใช้คำพูดที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณสร้างความประทับใจที่ดีตั้งแต่แรกพบ



คำทักทายทั่วไปอย่าง "Hello" หรือ "Hi" สามารถใช้ได้ในทุกสถานการณ์และกับทุกคน เมื่อต้องการถามชื่อ ประโยค "What is your name?" (วอท อิส ยัวร์ เนม?) เป็นประโยคมาตรฐานที่ทุกคนเข้าใจ และการแนะนำตัวก็ง่ายดายด้วยประโยค "My name is [Your Name]." (มาย เนม อิส [ยัวร์ เนม])

หลังจากแนะนำตัวแล้ว การแสดงความรู้สึกยินดีที่ได้รู้จักเป็นมารยาทที่ดีที่คุณควรใช้ เช่น "Nice to meet you." (ไนซ์ ทู มีท ยู) หรือ "Glad to meet you." (แกลด ทู มีท ยู) ซึ่งทั้งสองมีความหมายเดียวกันและสามารถใช้แทนกันได้

นอกจากนี้ การถามไถ่สารทุกข์สุกดิบก็เป็นสิ่งที่พบบ่อยในบทสนทนา คำถามอย่าง "How are you?" (ฮาว อาร์ ยู?) และคำตอบที่พบบ่อยคือ "I'm fine, thank you." (ไอม์ ไฟน์, แธงคฺ ยู) หรือหากต้องการใช้ประโยคที่ดูเป็นกันเองมากขึ้นก็สามารถใช้ "How's it going?" (ฮาวส์ อิท โกอิ้ง?) และคำตอบมักจะเป็น "It's going well." (อิทส์ โกอิ้ง เวล)

การทักทายตามช่วงเวลาของวันก็เป็นสิ่งสำคัญ "Good morning!" (กูด มอร์นิ่ง!) ใช้ในตอนเช้า, "Good afternoon!" (กูด อาฟเตอร์นูน!) ในตอนบ่าย และ "Good evening!" (กูด อีฟนิ่ง!) ในตอนเย็น ส่วน "Good night!" (กูด ไนท์!) ใช้สำหรับกล่าวราตรีสวัสดิ์

สุดท้าย เมื่อถึงเวลาต้องกล่าวลา คุณสามารถใช้ "Goodbye!" (กูดบาย!) หรือ "See you later." (ซี ยู เลเทอร์) ที่มีความหมายว่า "ไว้เจอกันใหม่นะ" การใช้ประโยคเหล่านี้อย่างถูกต้องจะช่วยให้คุณสามารถสื่อสารได้อย่างมั่นใจและสร้างความประทับใจที่ดีให้กับผู้คนรอบข้าง


บทสนทนา: ทักทายและแนะนำตัว

บทสนทนาที่ 1: การแนะนำตัวในชั้นเรียน

Teacher: Good morning, class. We have a new student today. Please introduce yourself. 

(กูด มอร์นิ่ง, คลาส วี แฮฟ อะ นิว สตูเดนท์ ทูเดย์ พลีส อินโทรดิวซ์ ยัวร์เซลฟ์) 

Teacher: อรุณสวัสดิ์ครับนักเรียนทุกคน วันนี้เรามีนักเรียนใหม่หนึ่งคน ช่วยแนะนำตัวหน่อยครับ


Mark: Good morning, everyone. My name is Mark. Nice to meet you all. 

(กูด มอร์นิ่ง, เอฟวรี่วัน มาย เนม อิส มาร์ค ไนซ์ ทู มีท ยู ออล) 

Mark: อรุณสวัสดิ์ครับทุกคน ผมชื่อมาร์ค ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนครับ


Anna: Nice to meet you, Mark. I'm Anna. How are you? 

(ไนซ์ ทู มีท ยู, มาร์ค ไอม์ แอนนา ฮาว อาร์ ยู) 

Anna: ยินดีที่ได้รู้จักนะมาร์ค ฉันชื่อแอนนา เธอสบายดีไหม


Mark: I'm fine, thank you. I'm a little nervous, but excited to be here. 

(ไอม์ ไฟน์, แธงคฺ ยู ไอม์ อะ ลิทเทิล เนอร์วัส, บัท เอ็กไซเต็ด ทู บี เฮียร์) 

Mark: ฉันสบายดี ขอบคุณ ฉันรู้สึกประหม่านิดหน่อย แต่ก็ตื่นเต้นที่ได้มาเรียนที่นี่


Teacher: Don't worry, Mark. Everyone is very friendly. We're glad to have you. 

(โดนท์ วอรี่, มาร์ค เอฟวรี่วัน อิส เวรี่ เฟรนดลี่ วีร์ แกลด ทู แฮฟ ยู) 

Teacher: ไม่ต้องกังวลนะมาร์ค ทุกคนเป็นมิตรมาก พวกเรายินดีต้อนรับเธอ


Mark: Thank you. I look forward to learning with all of you. 

(แธงคฺ ยู ไอ ลุค ฟอร์เวิร์ด ทู เลิร์นนิ่ง วิท ออล ออฟ ยู) 

Mark: ขอบคุณครับ ผมตั้งตารอที่จะได้เรียนรู้กับทุกคน


บทสนทนาที่ 2: การทักทายเพื่อนบ้าน

Mrs. Smith: Good evening, John! How's it going? 

(กูด อีฟนิ่ง, จอห์น! ฮาวส์ อิท โกอิ้ง?) 

Mrs. Smith: สวัสดีตอนเย็นค่ะ จอห์น! เป็นยังไงบ้างคะ


John: Good evening, Mrs. Smith. It's going well, thank you. You?

 (กูด อีฟนิ่ง, มิสซิส สมิธ อิทส์ โกอิ้ง เวล, แธงคฺ ยู ยู) 

John: สวัสดีตอนเย็นครับ คุณสมิธ ก็ดีครับ ขอบคุณครับ แล้วคุณล่ะครับ


Mrs. Smith: I'm good. Just finished my gardening for the day. It was a long day. 

(ไอม์ กูด จัสท์ ฟินิชท์ มาย การ์เดนนิ่ง ฟอร์ เดอะ เดย์ อิท วอส อะ ลอง เดย์) 

Mrs. Smith: ฉันสบายดีค่ะ เพิ่งทำสวนเสร็จสำหรับวันนี้ เป็นวันที่ยาวนานทีเดียว


John: I can see that. Your flowers look beautiful as always. 

(ไอ แคน ซี แดท ยัวร์ ฟลาวเวอร์ส ลุค บิวตี้ฟูล แอส ออลเวย์ส) 

John: ผมเห็นแล้วครับ ดอกไม้ของคุณสวยงามเหมือนเดิมเลย


Mrs. Smith: Thank you so much, John. Well, I'm heading inside now. Have a good night. 

(แธงคฺ ยู โซ มัช, จอห์น เวล, ไอม์ เฮดดิ่ง อินไซด์ นาว แฮฟ อะ กูด ไนท์) 

Mrs. Smith: ขอบคุณมากค่ะ จอห์น ฉันจะเข้าบ้านแล้วนะคะ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ


John: Good night, Mrs. Smith. See you later. 

(กูด ไนท์, มิสซิส สมิธ ซี ยู เลเทอร์) 

John: ราตรีสวัสดิ์ครับ คุณสมิธ ไว้เจอกันใหม่นะครับ


บทสนทนาที่ 3: การพบกันโดยบังเอิญที่ร้านกาแฟ

Alex: Hi, aren't you Sarah? I think we were in the same art class last semester. 

(ไฮ, อาร์นท์ ยู ซาร่าห์? ไอ ธิงค์ วี เวอร์ อิน เดอะ เซม อาร์ท คลาส ลาสท์ เซเมสเตอร์) 

Alex: สวัสดีครับ คุณใช่ซาร่าห์หรือเปล่าครับ ผมว่าเราเคยเรียนวิชาศิลปะห้องเดียวกันเมื่อเทอมที่แล้ว


Sarah: Oh, hello! Yes, I am. You're Alex, right? Glad to meet you again. 

(โอ, เฮลโล! เยส, ไอ แอม ยัวร์ อเล็กซ์, ไรท์? แกลด ทู มีท ยู อะเกน) 

Sarah: โอ้ สวัสดีค่ะ! ใช่ค่ะ ฉันเอง คุณอเล็กซ์ใช่ไหมคะ ยินดีที่ได้เจออีกครั้งค่ะ


Alex: That's right! How have you been? I haven't seen you around campus.

(แดทส์ ไรท์! ฮาว แฮฟ ยู บีน? ไอ แฮฟวึ่นท์ ซีน ยู อะราวด์ แคมปัส) 

Alex: ใช่แล้วครับ! เธอเป็นยังไงบ้างครับ ไม่ค่อยเห็นเธอที่มหาวิทยาลัยเลย


Sarah: I've been busy with my part-time job. I'm doing well, though. What about you? 

(ไอฟ์ บีน บิซซี่ วิท มาย พาร์ท-ไทม์ จ็อบ ไอม์ ดูอิ้ง เวล, โธ วอท อะเบาท์ ยู) 

Sarah: ฉันยุ่งกับงานพาร์ทไทม์น่ะค่ะ แต่ก็สบายดี แล้วคุณล่ะคะ


Alex: I'm good too. Just finished my finals. It's nice to run into you. 

(ไอม์ กูด ทู จัสท์ ฟินิชท์ มาย ไฟนอลส์ อิทส์ ไนซ์ ทู รัน อินทู ยู) 

Alex: ผมก็ดีครับ เพิ่งสอบปลายภาคเสร็จ ดีใจที่ได้เจอคุณโดยบังเอิญนะครับ


Sarah: Me too. Enjoy your coffee! 

(มี ทู เอนจอย ยัวร์ คอฟฟี่!) 

Sarah: ฉันก็เหมือนกันค่ะ ดื่มกาแฟให้สนุกนะคะ


Alex: Thanks, you too! See you later. 

(แธงคฺส, ยู ทู! ซี ยู เลเทอร์) 

Alex: ขอบคุณครับ เช่นกันครับ ไว้เจอกันใหม่นะครับ


บทสนทนาที่ 4: การแนะนำตัวกับเพื่อนร่วมงานใหม่

Michael: Good afternoon, everyone. This is our new team member, Emily. 

(กูด อาฟเตอร์นูน, เอฟวรี่วัน ดิส อิส เอาเออร์ นิว ทีม เมมเบอร์, เอมิลี่) 

Michael: สวัสดีตอนบ่ายครับทุกคน นี่คือสมาชิกใหม่ของทีมเรา เอมิลี่


Emily: Good afternoon. My name is Emily. I'm glad to be joining the team.

 (กูด อาฟเตอร์นูน มาย เนม อิส เอมิลี่ ไอม์ แกลด ทู บี จอยนิ่ง เดอะ ทีม) 

Emily: สวัสดีตอนบ่ายค่ะ ฉันชื่อเอมิลี่ ยินดีที่ได้ร่วมทีมนะคะ


Lisa: Hi, Emily. My name is Lisa. Nice to meet you. Welcome aboard! 

(ไฮ, เอมิลี่ มาย เนม อิส ลิซ่า ไนซ์ ทู มีท ยู เวลคัม อะบอร์ด!) 

Lisa: สวัสดีค่ะเอมิลี่ ฉันชื่อลิซ่า ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ยินดีต้อนรับสู่ทีมค่ะ!


Emily: Nice to meet you too, Lisa. Thank you. 

(ไนซ์ ทู มีท ยู ทู, ลิซ่า แธงคฺ ยู) 

Emily: ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ ลิซ่า ขอบคุณนะคะ


Michael: How are you feeling about your first day, Emily? 

(ฮาว อาร์ ยู ฟีลลิ่ง อะเบาท์ ยัวร์ เฟิร์สท เดย์, เอมิลี่) 

Michael: วันแรกของคุณเป็นยังไงบ้างครับ เอมิลี่


Emily: I'm feeling great. Everyone has been very helpful. 

(ไอม์ ฟีลลิ่ง เกรท เอฟวรี่วัน แฮส บีน เวรี่ เฮลพ์ฟูล) 

Emily: ฉันรู้สึกดีมากค่ะ ทุกคนให้ความช่วยเหลือดีมากค่ะ


บทสนทนาที่ 5: การกล่าวลาก่อนเข้านอน

Mom: Good night, sweetie. Did you brush your teeth? 

(กูด ไนท์, สวีทตี้ ดิด ยู บรัช ยัวร์ ทีธ) 

Mom: ราตรีสวัสดิ์จ้ะลูก แปรงฟันแล้วใช่ไหม


Daughter: Yes, Mom. Good night! 

(เยส, มัม กูด ไนท์!) 

Daughter: ค่ะแม่ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ!


Mom: Good night, honey. I'll see you in the morning. 

(กูด ไนท์, ฮันนี่ ไอล ซี ยู อิน เดอะ มอร์นิ่ง) 

Mom: ราตรีสวัสดิ์จ้ะที่รัก แล้วเจอกันตอนเช้านะ


Daughter: Okay, Mom. I love you. 

(โอเค, มัม ไอ เลิฟ ยู) 

Daughter: โอเคค่ะแม่ รักแม่นะคะ


Mom: I love you too. Sleep tight. 

(ไอ เลิฟ ยู ทู สลีป ไทท์) 

Mom: แม่ก็รักลูกเหมือนกัน หลับฝันดีนะ


Daughter: Thanks, Mom. 

(แธงคฺส, มัม) 

Daughter: ขอบคุณค่ะแม่


Mom: See you in the morning, sweet dreams. 

(ซี ยู อิน เดอะ มอร์นิ่ง, สวีท ดรีมส) 

Mom: แล้วเจอกันตอนเช้านะ ฝันดีนะจ๊ะ