ค้นหาบล็อกนี้

วันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2568

30 วัน เก่งอังกฤษเหมือนเด็กหัดพูด: Day 7 - วันทบทวน

 ถึงวันที่ 7 แล้ว! วันนี้เป็นวันแห่งการทบทวนสิ่งที่เราได้เรียนรู้มาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ลองใช้คำศัพท์และประโยคจาก Day 1-6 เพื่อฝึกฝนและสร้างความคุ้นเคยกับการพูดภาษาอังกฤษให้มากขึ้น!





บทเรียน: Day 7 (ทบทวน)

เราจะมาทบทวนคำศัพท์และประโยคสำคัญที่เรียนไปในสัปดาห์แรก ได้แก่:

  • คำทักทาย: Hello, Hi, Goodbye

  • คำตอบ: Yes, No

  • คำขอบคุณ/ขอโทษ: Thank you, Sorry

  • คำอวยพร: Good morning, Good night

  • คำศัพท์สัตว์: Cat, Dog

  • ประโยคแนะนำตัว: My name is...

  • ประโยคบอกสิ่งของ: This is a...


แบบฝึกหัด

ลองเล่นเกม Q&A (ถาม-ตอบ) กับตัวเองหรือกับเพื่อนและคนในครอบครัว โดยใช้คำศัพท์และประโยคเหล่านี้

  • คุณถาม: What is your name?
    เขาตอบ: My name is...

  • คุณถาม: Are you happy?
    เขาตอบ: Yes, I am. / No, I am not.

  • คุณถาม: What is this?
    เขาตอบ: It’s a cat.


ตัวอย่างประโยคการใช้งาน 

  1. Hello, my name is [ชื่อคุณ].เฮลโล, มาย เนม อิส...สวัสดี, ฉันชื่อ...

  2. I am happy to see you.ไอ แอม แฮปปี้ ทู ซี ยู.ฉันมีความสุขที่ได้เจอคุณ.

  3. Good morning, Dad.กู้ด มอร์นิ่ง, แดด.อรุณสวัสดิ์, พ่อ.

  4. Is this a dog? Yes, it is.อิส ดิส อะ ด็อก? เยส, อิท อิส.นี่คือสุนัขใช่ไหม? ใช่.

  5. Thank you for the help.แธ้งก์ กิ่ว ฟอร์ เดอะ เฮลป์.ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ.

  6. I'm sorry, I can't go.อาย'ม ซอรรี่, ไอ แค้นท์ โก.ขอโทษ, ฉันไปไม่ได้.

  7. Good night, I'm going to sleep.กู้ด ไนท์, อาย'ม โกอิง ทู สลีป.ราตรีสวัสดิ์, ฉันจะไปนอนแล้ว.

  8. My cat is cute.มาย แคท อิส คิ้วท์.แมวของฉันน่ารัก.

  9. No, I am not sad.โน, ไอ แอม นอท แซด.ไม่, ฉันไม่ได้เศร้า.

  10. Goodbye, see you later.กู้ดบาย, ซี ยู เลท'เทอร์.ลาก่อน, ไว้เจอกันนะ.

  11. This is a cat.ดิส อิส อะ แคท.นี่คือแมว.

  12. Yes, I am tired.เยส, ไอ แอม ไทร์ด.ใช่, ฉันเหนื่อย.

  13. Hi, what is your name?ฮาย, วอท อิส ยัวร์ เนม?สวัสดี, คุณชื่ออะไร?

  14. The dog is happy.เดอะ ด็อก อิส แฮปปี้.สุนัขมีความสุข.

  15. Thank you for coming.แธ้งก์ กิ่ว ฟอร์ คัมมิ่ง.ขอบคุณที่มา.


ตัวอย่างบทสนทนา

  1. A: What is your name?วอท อิส ยัวร์ เนม?คุณชื่ออะไร?
    B: My name is Lisa.มาย เนม อิส ลิซ่า.ฉันชื่อลิซ่า.

  2. A: Are you happy?อาร์ ยู แฮปปี้?คุณมีความสุขไหม?
    B: Yes, I am happy.เยส, ไอ แอม แฮปปี้.ใช่, ฉันมีความสุข.

  3. A: Is this a dog?อิส ดิส อะ ด็อก?นี่คือสุนัขใช่ไหม?
    B: No, it's a cat.โน, อิทส อะ แคท.ไม่, มันคือแมว.

  4. A: Good morning!กู้ด มอร์นิ่ง!อรุณสวัสดิ์!
    B: Good morning! How are you?กู้ด มอร์นิ่ง! ฮาว อาร์ ยู?อรุณสวัสดิ์! คุณเป็นอย่างไรบ้าง?

  5. A: Goodbye.กู้ดบาย.ลาก่อน.
    B: Goodbye, see you tomorrow.กู้ดบาย, ซี ยู ทูมอโร่ว.ลาก่อน, แล้วเจอกันพรุ่งนี้.

  6. A: Here you are.เฮียร์ ยู อาร์.นี่ครับ/ค่ะ.
    B: Thank you.แธ้งก์ กิ่ว.ขอบคุณ.

  7. A: Are you sad?อาร์ ยู แซด?คุณเศร้าหรือเปล่า?
    B: No, I am not.โน, ไอ แอม นอท.ไม่, ฉันไม่ได้เศร้า.

  8. A: I'm sorry.อาย'ม ซอรรี่.ขอโทษ.
    B: It's okay.อิท'ส โอเค.ไม่เป็นไร.

  9. A: Good night.กู้ด ไนท์.ราตรีสวัสดิ์.
    B: Good night, sleep well.กู้ด ไนท์, สลีป เวล.ราตรีสวัสดิ์, นอนหลับให้สบายนะ.

  10. A: What is this?วอท อิส ดิส?นี่คืออะไร?
    B: It's a book.อิทส อะ บุ๊ค.มันคือหนังสือ.

  11. A: Hello, I'm Ben.เฮลโล, อาย'ม เบน.สวัสดี, ฉันชื่อเบน.
    B: Hi, I'm Ann.ฮาย, อาย'ม แอน.สวัสดี, ฉันชื่อแอน.

  12. A: This is my cat.ดิส อิส มาย แคท.นี่คือแมวของฉัน.
    B: It's so cute!อิทส โซ คิ้วท์!มันน่ารักมาก!

  13. A: Are you tired?อาร์ ยู ไทร์ด?คุณเหนื่อยไหม?
    B: Yes, I am.เยส, ไอ แอม.ใช่, ฉันเหนื่อย.

  14. A: Is this a pencil?อิส ดิส อะ เพนซิล?นี่คือดินสอใช่ไหม?
    B: No, it's a pen.โน, อิทส อะ เพน.ไม่, มันคือปากกา.

  15. A: Thank you for the gift.แธ้งก์ กิ่ว ฟอร์ เดอะ กิฟท์.ขอบคุณสำหรับของขวัญ.
    B: You're welcome.ยัวร์ เวลคัม.ยินดี.

  16. A: I'm sorry, I forgot your name.
    อาย'ม ซอรรี่, ไอ ฟอร์กอท ยัวร์ เนม.ขอโทษ, ฉันลืมชื่อคุณไปแล้ว.
    B: It's Mike.
    อิทส ไมค์.ไมค์.

  17. A: Do you like dogs?ดู ยู ไลค์ ด็อกส?คุณชอบสุนัขไหม?
    B: Yes, I do.เยส, ไอ ดู.ใช่, ฉันชอบ.

  18. A: It's time to go home.อิทส ไทม์ ทู โก โฮม.ได้เวลากลับบ้านแล้ว.
    B: Okay, goodbye.โอเค, กู้ดบาย.โอเค, ลาก่อน.

  19. A: Why are you sad?วาย อาร์ ยู แซด?ทำไมคุณถึงเศร้า?
    B: I lost my toy.ไอ ลอสต์ มาย ทอย.ฉันทำของเล่นหาย.

  20. A: Good night, sweet dreams.กู้ด ไนท์, สวีท ดรีมส.ราตรีสวัสดิ์, ฝันดีนะ.
    B: Thank you, you too.แธ้งก์ กิ่ว, ยู ทู.ขอบคุณ, คุณก็เหมือนกัน.

























คำค้นหา (Hashtags)

#ฝึกพูดอังกฤษ #ภาษาอังกฤษเบื้องต้น #ทบทวนภาษาอังกฤษ #30วันเก่งอังกฤษ #ภาษาอังกฤษง่ายๆ #เด็กหัดพูด #บทเรียนภาษาอังกฤษ #เรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง #คำศัพท์ภาษาอังกฤษ #อังกฤษวันละนิด

30 วัน เก่งอังกฤษเหมือนเด็กหัดพูด: Day 6 - สัตว์เลี้ยงตัวโปรด

 ถึงวันที่ 6 แล้ว! วันนี้เราจะมาเรียนรู้คำศัพท์เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงใกล้ตัวอย่าง "Cat" และ "Dog" พร้อมกับประโยคง่าย ๆ ที่ใช้ชี้บอกสิ่งของรอบตัว ลองมองดูสัตว์เลี้ยงของคุณ แล้วลองพูดประโยคเหล่านี้ออกมาดัง ๆ เลย!



บทเรียน: Day 6

วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับสัตว์เลี้ยงยอดฮิตที่หลายคนคุ้นเคย ลองออกเสียงตามให้ชัดเจนและมั่นใจ

  • Cat คำอ่าน: แคท คำแปล: แมว

  • Dog คำอ่าน: ด็อก คำแปล: สุนัข

ประโยคตัวอย่าง

  • This is a cat. คำอ่าน: ดิส อิส อะ แคท. คำแปล: นี่คือแมว.

  • This is a dog. คำอ่าน: ดิส อิส อะ ด็อก. คำแปล: นี่คือสุนัข.


แบบฝึกหัด

ลองชี้ไปที่สิ่งของต่าง ๆ รอบตัว แล้วพูดว่า "This is a..."

  • ชี้ไปที่โต๊ะ: This is a table.

  • ชี้ไปที่ปากกา: This is a pen.

  • ชี้ไปที่หนังสือ: This is a book.


ตัวอย่างประโยคการใช้งาน 

  1. I have a pet cat.
    ไอ แฮฟ อะ เพ็ท แคท.
    ฉันมีแมวหนึ่งตัว.

  2. My friend has a small dog.
    มาย เฟรนด์ แฮส อะ สมอล ด็อก.
    เพื่อนของฉันมีสุนัขตัวเล็ก ๆ หนึ่งตัว.

  3. The cat is sleeping on the chair.
    เดอะ แคท อิส สลีปปิ้ง ออน เดอะ แชร์.
    แมวกำลังนอนหลับอยู่บนเก้าอี้.

  4. My dog loves to play.
    มาย ด็อก เลิฟส์ ทู เพลย์.
    สุนัขของฉันชอบเล่น.

  5. This is a big cat.
    ดิส อิส อะ บิก แคท.
    นี่คือแมวตัวใหญ่.

  6. That is a brown dog.
    แดท อิส อะ บราวน์ ด็อก.
    นั่นคือสุนัขสีน้ำตาล.

  7. The little cat is cute.
    เดอะ ลิตเติล แคท อิส คิ้วท์.
    แมวตัวน้อยน่ารัก.

  8. My dog can run fast.
    มาย ด็อก แคน รัน ฟาสท์.
    สุนัขของฉันวิ่งเร็วได้.

  9. Do you have a cat or a dog?
    ดู ยู แฮฟ อะ แคท ออร์ อะ ด็อก?
    คุณมีแมวหรือสุนัข?

  10. I see a cat in the garden.
    ไอ ซี อะ แคท อิน เดอะ การ์เด้น.
    ฉันเห็นแมวตัวหนึ่งในสวน.

  11. The dog is barking.
    เดอะ ด็อก อิส บาร์คกิ้ง.
    สุนัขกำลังเห่า.

  12. This is my new cat.
    ดิส อิส มาย นิว แคท.
    นี่คือแมวตัวใหม่ของฉัน.

  13. Is this your dog?
    อิส ดิส ยัวร์ ด็อก?
    นี่คือสุนัขของคุณใช่ไหม?

  14. The cat is chasing a mouse.
    เดอะ แคท อิส เชสซิ่ง อะ เม้าส์.
    แมวกำลังไล่จับหนู.

  15. I want to get a dog.
    ไอ วอนท์ ทู เก็ท อะ ด็อก.
    ฉันอยากได้สุนัขหนึ่งตัว.


ตัวอย่างบทสนทนา 

  1. A: What is this? วอท อิส ดิส? นี่คืออะไร?
    B: It's a cat. อิท'ส อะ แคท. มันคือแมว.

  2. A: Is this your dog? อิส ดิส ยัวร์ ด็อก? นี่สุนัขของคุณใช่ไหม?
    B: Yes, it is. เยส, อิท อิส. ใช่, มันใช่.

  3. A: Is that a cat? อิส แดท อะ แคท? นั่นคือแมวเหรอ?
    B: No, it's a dog. โน, อิท'ส อะ ด็อก. ไม่, มันคือสุนัข.

  4. A: I have a cat. ไอ แฮฟ อะ แคท. ฉันมีแมวหนึ่งตัว.
    B: Oh, I have a dog. โอ, ไอ แฮฟ อะ ด็อก. โอ้, ฉันมีสุนัขหนึ่งตัว.

  5. A: Your dog is so cute. ยัวร์ ด็อก อิส โซ คิ้วท์. สุนัขของคุณน่ารักมาก.
    B: Thank you. แธ้งก์ กิ่ว. ขอบคุณ.

  6. A: Is your cat friendly? อิส ยัวร์ แคท เฟรนด์ลี่? แมวของคุณเป็นมิตรไหม?
    B: Yes, she is. เยส, ชี อิส. ใช่, มันเป็นมิตร.

  7. A: Can I play with your dog? แคน ไอ เพลย์ วิท ยัวร์ ด็อก? ฉันขอเล่นกับสุนัขของคุณได้ไหม?
    B: Yes, you can. เยส, ยู แคน. ได้, คุณเล่นได้.

  8. A: My cat is sleeping. มาย แคท อิส สลีปปิ้ง. แมวของฉันกำลังหลับ.
    B: My dog is playing. มาย ด็อก อิส เพลย์อิ้ง. สุนัขของฉันกำลังเล่น.

  9. A: What is the color of your cat? วอท อิส เดอะ คัลเลอร์ ออฟ ยัวร์ แคท? แมวของคุณสีอะไร?
    B: It is white. อิท อิส ไวท์. มันสีขาว.

  10. A: What does a dog say? วอท ดาส อะ ด็อก เซย์? สุนัขร้องว่าอย่างไร?
    B: Woof, woof! วูฟ, วูฟ! โฮ่ง, โฮ่ง!

  11. A: Do you like cats? ดู ยู ไลค์ แคทส? คุณชอบแมวไหม?
    B: Yes, I do. เยส, ไอ ดู. ใช่, ฉันชอบ.

  12. A: Do you have a dog? ดู ยู แฮฟ อะ ด็อก? คุณมีสุนัขไหม?
    B: No, I don't. โน, ไอ ดอนท์. ไม่, ฉันไม่มี.

  13. A: This is a happy dog. ดิส อิส อะ แฮปปี้ ด็อก. นี่คือสุนัขที่มีความสุข.
    B: Yes, it is smiling. เยส, อิท อิส สไมลิ่ง. ใช่, มันกำลังยิ้ม.

  14. A: My cat is very lazy. มาย แคท อิส เวรี่ เลซี่. แมวของฉันขี้เกียจมาก.
    B: Haha, that's normal. ฮ่าฮ่า, แดท'ส นอร์มอล. ฮ่า ๆ, เป็นเรื่องปกติ.

  15. A: Look! A cat is running! ลุค! อะ แคท อิส รันนิ่ง! ดูสิ! แมวกำลังวิ่ง!
    B: Oh, I see it! โอ, ไอ ซี อิท! โอ้, ฉันเห็นแล้ว!

  16. A: My dog is big. มาย ด็อก อิส บิก. สุนัขของฉันตัวใหญ่.
    B: My cat is small. มาย แคท อิส สมอล. แมวของฉันตัวเล็ก.

  17. A: Do you want to see a picture of my cat?
    ดู ยู วอนท์ ทู ซี อะ พิคเจอร์ ออฟ มาย แคท?
    คุณอยากดูรูปแมวของฉันไหม?
    B: Yes, please.
    เยส, พลีส.
    อยากครับ/ค่ะ, โปรด.

  18. A: Is this a cat or a dog? อิส ดิส อะ แคท ออร์ อะ ด็อก? นี่คือแมวหรือสุนัข?
    B: It is a cat. อิท อิส อะ แคท. มันคือแมว.

  19. A: The dog is barking at the cat. เดอะ ด็อก อิส บาร์คกิ้ง แอท เดอะ แคท. สุนัขกำลังเห่าใส่แมว. B: Oh, no! โอ, โน! โอ้, ไม่นะ!

  20. A: I love my dog so much. ไอ เลิฟ มาย ด็อก โซ มัช. ฉันรักสุนัขของฉันมาก.
    B: Me too! มี ทู! ฉันก็เหมือนกัน!

























คำค้นหา (Hashtags)

#ฝึกพูดอังกฤษ #ภาษาอังกฤษเบื้องต้น #คำศัพท์สัตว์เลี้ยง #CatDog #30วันเก่งอังกฤษ #ภาษาอังกฤษง่ายๆ #เด็กหัดพูด #บทเรียนภาษาอังกฤษ #เรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง #คำศัพท์ภาษาอังกฤษ

30 วัน เก่งอังกฤษเหมือนเด็กหัดพูด: Day 5 - บอกเล่าความรู้สึก

 วันนี้เรามาเรียนรู้การแสดงออกทางความรู้สึกกัน! คำว่า "Happy" และ "Sad" เป็นคำง่าย ๆ ที่จะช่วยให้คุณบอกเล่าความรู้สึกของตัวเองได้ ลองฝึกพูดประโยคเหล่านี้เพื่อแสดงอารมณ์ของคุณอย่างมั่นใจ




บทเรียน: Day 5

วันนี้เราจะเรียนรู้คำศัพท์ที่ใช้อธิบายความรู้สึกพื้นฐานของเรา ลองออกเสียงตามให้ชัดเจนและรู้สึกถึงความหมายของมันจริง ๆ

  • Happy คำอ่าน: แฮปปี้ คำแปล: มีความสุข, ดีใจ

  • Sad คำอ่าน: แซด คำแปล: เศร้า, เสียใจ

ประโยคตัวอย่าง

  • I am happy. คำอ่าน: ไอ แอม แฮปปี้. คำแปล: ฉันมีความสุข.

  • I am sad. คำอ่าน: ไอ แอม แซด. คำแปล: ฉันเศร้า.

แบบฝึกหัด

ลองบอกความรู้สึกของตัวเองด้วยประโยคเหล่านี้

  • เมื่อคุณรู้สึกดี คุณพูดว่า: I am happy.

  • เมื่อคุณรู้สึกไม่ดี คุณพูดว่า: I am sad.


ตัวอย่างประโยคการใช้งาน

  1. He is happy to see you.
    ฮี อิส แฮปปี้ ทู ซี ยู.
    เขามีความสุขที่ได้เจอคุณ.

  2. She is sad because her pet is sick.
    ชี อิส แซด บีคอส เฮอร์ เพ็ท อิส ซิก.
    เธอเศร้าเพราะสัตว์เลี้ยงของเธอป่วย.

  3. Are you happy with the gift?
    อาร์ ยู แฮปปี้ วิท เดอะ กิฟท์?
    คุณพอใจกับของขวัญไหม?

  4. Don't be sad, everything will be okay.
    โดนท์ บี แซด, เอฟวรี่ธิง วิล บี โอเค.
    อย่าเศร้าไปเลย, ทุกอย่างจะโอเค.

  5. I am so happy to be here.
    ไอ แอม โซ แฮปปี้ ทู บี เฮียร์.
    ฉันมีความสุขมากที่ได้อยู่ที่นี่.

  6. The boy looked sad and quiet.
    เดอะ บอย ลุค แซด แอนด์ ไควเอ็ท.
    เด็กชายดูเศร้าและเงียบ.

  7. We are happy to play together.
    วี อาร์ แฮปปี้ ทู เพลย์ ทูเกเธอร์.
    พวกเรามีความสุขที่ได้เล่นด้วยกัน.

  8. Why are you sad today?
    วาย อาร์ ยู แซด ทูเดย์?
    ทำไมวันนี้คุณถึงเศร้าล่ะ?

  9. Everyone is happy on Christmas day.
    เอฟวรี่วัน อิส แฮปปี้ ออน คริสต์มาส เดย์.
    ทุกคนมีความสุขในวันคริสต์มาส.

  10. The movie has a sad ending.
    เดอะ มูฟวี่ แฮส อะ แซด เอ็นดิ้ง.
    หนังเรื่องนี้มีตอนจบที่น่าเศร้า.

  11. He is a happy boy.
    ฮี อิส อะ แฮปปี้ บอย.
    เขาเป็นเด็กชายที่มีความสุข.

  12. I feel a bit sad now.
    ไอ ฟีล อะ บิท แซด นาว.
    ฉันรู้สึกเศร้าเล็กน้อยตอนนี้.

  13. Is your father happy with his new car?
    อิส ยัวร์ ฟาเธอร์ แฮปปี้ วิท ฮิส นิว คาร์?
    คุณพ่อของคุณพอใจกับรถคันใหม่ของเขาไหม?

  14. It is a sad story.
    อิท อิส อะ แซด สตอรี่.
    มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้า.

  15. Happy birthday to you!
    แฮปปี้ เบิร์ธเดย์ ทู ยู!
    สุขสันต์วันเกิดนะ!


ตัวอย่างบทสนทนา 

  1. A: How are you? ฮาว อาร์ ยู? คุณเป็นอย่างไรบ้าง?
    B: I am happy. ไอ แอม แฮปปี้. ฉันมีความสุข.

  2. A: Are you sad? อาร์ ยู แซด? คุณเศร้าหรือเปล่า?
    B: No, I am not sad. โน, ไอ แอม นอท แซด. ไม่, ฉันไม่ได้เศร้า.

  3. A: Why are you so happy? วาย อาร์ ยู โซ แฮปปี้? ทำไมคุณถึงมีความสุขจัง?
    B: Because it is my birthday! บีคอส อิท อิส มาย เบิร์ธเดย์! เพราะว่าวันนี้วันเกิดฉัน!

  4. A: Is he sad? อิส ฮี แซด? เขาเศร้าหรือเปล่า?
    B: Yes, he is sad. เยส, ฮี อิส แซด. ใช่, เขาเศร้า.

  5. A: Are you happy to be here? อาร์ ยู แฮปปี้ ทู บี เฮียร์? คุณมีความสุขที่ได้มาอยู่ที่นี่ไหม?
    B: Yes, I am happy. เยส, ไอ แอม แฮปปี้. ใช่, ฉันมีความสุข.

  6. A: Is the puppy sad? อิส เดอะ พัพ'ปี้ แซด? ลูกสุนัขเศร้าหรือเปล่า?
    B: No, the puppy is happy. โน, เดอะ พัพ'ปี้ อิส แฮปปี้. ไม่, ลูกสุนัขมีความสุข.

  7. A: You look happy today! ยู ลุค แฮปปี้ ทูเดย์! วันนี้คุณดูมีความสุขนะ!
    B: Thank you! แธ้งก์ กิ่ว! ขอบคุณ!

  8. A: Why is she sad? วาย อิส ชี แซด? ทำไมเธอถึงเศร้าล่ะ?
    B: I don't know. ไอ โดนท์ โนว์. ฉันไม่รู้.

  9. A: Is your family happy? อิส ยัวร์ แฟมิลี่ แฮปปี้? ครอบครัวของคุณมีความสุขไหม?
    B: Yes, they are very happy. เยส, เดย์ อาร์ เวรี่ แฮปปี้. ใช่, พวกเขามีความสุขมาก.

  10. A: I am sad. ไอ แอม แซด. ฉันเศร้า.
    B: I'm sorry to hear that. อาย'ม ซอรรี่ ทู เฮียร์ แดท. ฉันเสียใจที่ได้ยินอย่างนั้น.

  11. A: Are you happy with your grades?
    อาร์ ยู แฮปปี้ วิท ยัวร์ เกรดส? คุณพอใจกับเกรดของคุณไหม?
    B: Yes, I am so happy!
    เยส, ไอ แอม โซ แฮปปี้! ใช่, ฉันมีความสุขมาก!

  12. A: Why are you looking so sad? วาย อาร์ ยู ลุคกิ้ง โซ แซด? ทำไมคุณถึงดูเศร้าจัง?
    B: I lost my toy. ไอ ลอสต์ มาย ทอย. ฉันทำของเล่นหาย.

  13. A: Good morning! Are you happy?
    กู้ด มอร์นิ่ง! อาร์ ยู แฮปปี้? อรุณสวัสดิ์! คุณมีความสุขไหม?
    B: Yes, I am happy. Good morning.
    เยส, ไอ แอม แฮปปี้. กู้ด มอร์นิ่ง. ใช่, ฉันมีความสุข. อรุณสวัสดิ์.

  14. A: She is sad, can we cheer her up?
    ชี อิส แซด, แคน วี เชียร์ เฮอร์ อัพ? เธอเศร้า, พวกเราทำให้เธอร่าเริงขึ้นได้ไหม?
    B: Yes, let's try.
    เยส, เลท'ส ทราย. ได้, ลองดู.

  15. A: I got a new game! ไอ ก็อท อะ นิว เกม! ฉันได้เกมใหม่!
    B: You must be very happy! ยู มัสท์ บี เวรี่ แฮปปี้! คุณต้องมีความสุขมากแน่เลย!

  16. A: My best friend is moving away.
    มาย เบสท์ เฟรนด์ อิส มูฟวิ่ง อะเวย์. เพื่อนสนิทของฉันกำลังจะย้ายไป.
    B: Oh, that is so sad.
    โอ, แดท อิส โซ แซด. โอ้, นั่นน่าเศร้าจัง.

  17. A: Are you happy to go to the zoo?
    อาร์ ยู แฮปปี้ ทู โก ทู เดอะ ซู?
    คุณมีความสุขที่จะได้ไปสวนสัตว์ไหม?
    B: Yes! I am so happy!
    เยส! ไอ แอม โซ แฮปปี้!
    ใช่! ฉันมีความสุขมาก!

  18. A: Why are your eyes red? Are you sad?
    าย อาร์ ยัวร์ อายส์ เรด? อาร์ ยู แซด?
    ทำไมตาคุณถึงแดง? คุณเศร้าเหรอ?
    B: A little. อะ ลิตเติล. นิดหน่อย.

  19. A: What makes you happy? วอท เมคส ยู แฮปปี้? อะไรที่ทำให้คุณมีความสุข?
    B: Playing with my dog. เพลย์อิ้ง วิท มาย ด็อก. การเล่นกับสุนัขของฉัน.

  20. A: I am happy that you are here. ไอ แอม แฮปปี้ แดท ยู อาร์ เฮียร์. ฉันมีความสุขที่คุณอยู่ที่นี่.
    B: I am happy too. ไอ แอม แฮปปี้ ทู. ฉันก็มีความสุขเหมือนกัน.








คำค้นหา (Hashtags)

#ฝึกพูดอังกฤษ #ภาษาอังกฤษเบื้องต้น #คำศัพท์ภาษาอังกฤษ #HappySad #30วันเก่งอังกฤษ #ภาษาอังกฤษง่ายๆ #เด็กหัดพูด #บทเรียนภาษาอังกฤษ #เรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง #บอกอารมณ์ภาษาอังกฤษ

30 วัน เก่งอังกฤษเหมือนเด็กหัดพูด: Day 4 - สวัสดีตอนเช้าและราตรีสวัสดิ์

 เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยคำทักทายดี ๆ วันนี้เราจะมาฝึกพูด "อรุณสวัสดิ์" และ "ราตรีสวัสดิ์" ในภาษาอังกฤษกัน คำง่าย ๆ ที่จะช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับวันของคุณ ลองนำไปใช้กับคนในครอบครัวดูสิ แล้วคุณจะรู้สึกคุ้นเคยกับภาษาอังกฤษมากขึ้นแน่นอน



บทเรียน: Day 4

วันนี้เราจะมาเรียนรู้คำศัพท์สำหรับทักทายและบอกลาในแต่ละช่วงเวลาของวัน ลองออกเสียงตามให้ชัดเจนและเป็นธรรมชาติ

  • Good morning. คำอ่าน: กู้ด มอร์นิ่ง คำแปล: อรุณสวัสดิ์ (ใช้ตั้งแต่ตอนเช้าถึงประมาณเที่ยงวัน)

  • Good night. คำอ่าน: กู้ด ไนท์ คำแปล: ราตรีสวัสดิ์ (ใช้ตอนจะเข้านอน)

แบบฝึกหัด

ลองพูดประโยคเหล่านี้ในสถานการณ์จริง

  • ตอนตื่นนอน คุณพูดกับพ่อแม่ว่า: Good morning, Mom. / Good morning, Dad.

  • ก่อนจะเข้านอน คุณพูดกับคนในครอบครัวว่า: Good night, everyone.


ตัวอย่างประโยคการใช้งาน 

  1. Good morning, sunshine!
    กู้ด มอร์นิ่ง, ซันชายน์!
    อรุณสวัสดิ์, เจ้าตัวน้อย!

  2. Good night, sleep well.
    กู้ด ไนท์, สลีป เวล.
    ราตรีสวัสดิ์, นอนหลับให้สบายนะ.

  3. She woke up and said, "Good morning."
    ชี โวค อัพ แอนด์ เซด, "กู้ด มอร์นิ่ง."
    เธอตื่นนอนและพูดว่า, "อรุณสวัสดิ์."

  4. He said "Good night" and went to bed.
    ฮี เซด "กู้ด ไนท์" แอนด์ เวนท์ ทู เบด.
    เขาพูดว่า "ราตรีสวัสดิ์" แล้วก็ไปนอน.

  5. Good morning, what a beautiful day!
    กู้ด มอร์นิ่ง, วอท อะ บิวตี้ฟูล เดย์!
    อรุณสวัสดิ์, เป็นวันที่สวยงามอะไรอย่างนี้!

  6. Don't forget to say "Good night" to your grandma.
    โดนท์ ฟอร์เก็ท ทู เซย์ "กู้ด ไนท์" ทู ยัวร์ แกรนด์มา.
    อย่าลืมพูด "ราตรีสวัสดิ์" กับคุณย่า/คุณยายนะ.

  7. Good morning, class.
    กู้ด มอร์นิ่ง, คลาส.
    อรุณสวัสดิ์, นักเรียนทุกคน.

  8. I will read a story and then say "Good night."
    ไอ วิล รีด อะ สตอรี่ แอนด์ เดน เซย์ "กู้ด ไนท์."
    ฉันจะอ่านนิทานแล้วค่อยพูดว่า "ราตรีสวัสดิ์."

  9. Good morning, have a good day.
    กู้ด มอร์นิ่ง, แฮฟ อะ กู้ด เดย์.
    อรุณสวัสดิ์, ขอให้เป็นวันที่ดีนะ.

  10. It's late now. Good night!
    อิท'ส เลท นาว. กู้ด ไนท์!
    มันดึกแล้ว. ราตรีสวัสดิ์!

  11. Good morning, let's have breakfast.
    กู้ด มอร์นิ่ง, เลท'ส แฮฟ เบรคฟาสท์.
    อรุณสวัสดิ์, ไปกินอาหารเช้ากัน.

  12. Tell your son "Good night" for me.
    เทล ยัวร์ ซัน "กู้ด ไนท์" ฟอร์ มี.
    ช่วยบอก "ราตรีสวัสดิ์" ให้ลูกชายคุณด้วยนะ.

  13. Good morning, everyone.
    กู้ด มอร์นิ่ง, เอฟวรี่วัน.
    อรุณสวัสดิ์, ทุกคน.

  14. It’s time for bed. Good night, dear.
    อิท'ส ไทม์ ฟอร์ เบด. กู้ด ไนท์, เดียร์.
    ได้เวลานอนแล้ว. ราตรีสวัสดิ์นะ, ที่รัก.

  15. Good morning, let's start our day.
    กู้ด มอร์นิ่ง, เลท'ส สตาร์ท เอาเออร์ เดย์.
    อรุณสวัสดิ์, มาเริ่มต้นวันของเรากัน.


ตัวอย่างบทสนทนา

  1. A: Good morning! กู้ด มอร์นิ่ง! อรุณสวัสดิ์!
    B: Good morning! กู้ด มอร์นิ่ง! อรุณสวัสดิ์!

  2. A: Good night, Mom. กู้ด ไนท์, มัม. ราตรีสวัสดิ์ครับ/ค่ะ, แม่.
    B: Good night, my son. กู้ด ไนท์, มาย ซัน. ราตรีสวัสดิ์จ้ะ, ลูกชาย.

  3. A: Good morning, are you ready? กู้ด มอร์นิ่ง, อาร์ ยู เรดดี้? อรุณสวัสดิ์, คุณพร้อมหรือยัง?
    B: Yes, I am. Good morning. เยส, ไอ แอม. กู้ด มอร์นิ่ง. ใช่, พร้อมแล้ว. อรุณสวัสดิ์.

  4. A: I'm going to sleep now. Good night.
    อาย'ม โกอิง ทู สลีป นาว. กู้ด ไนท์. ฉันจะไปนอนแล้วนะ. ราตรีสวัสดิ์.
    B: Good night, sleep tight.
    กู้ด ไนท์, สลีป ไทท์. ราตรีสวัสดิ์, หลับฝันดีนะ.

  5. A: Good morning, everyone! กู้ด มอร์นิ่ง, เอฟวรี่วัน! อรุณสวัสดิ์, ทุกคน!
    B: Good morning, teacher. กู้ด มอร์นิ่ง, ทีชเชอร์. อรุณสวัสดิ์ครับ/ค่ะ, คุณครู.

  6. A: See you tomorrow! ซี ยู ทูมอโร่ว! เจอกันพรุ่งนี้!
    B: Okay, good night. โอเค, กู้ด ไนท์. โอเค, ราตรีสวัสดิ์.

  7. A: Good morning, what's for breakfast?
    กู้ด มอร์นิ่ง, วอท'ส ฟอร์ เบรคฟาสท์? อรุณสวัสดิ์, อาหารเช้าคืออะไร?
    B: Toast and jam.
    โทสต์ แอนด์ แจม. ขนมปังปิ้งกับแยม.

  8. A: Good night, I love you. กู้ด ไนท์, ไอ เลิฟ ยู. ราตรีสวัสดิ์, ฉันรักคุณ.
    B: I love you too. Good night. ไอ เลิฟ ยู ทู. กู้ด ไนท์. ฉันก็รักคุณเหมือนกัน. ราตรีสวัสดิ์.

  9. A: Did you sleep well? ดิด ยู สลีป เวล? คุณนอนหลับสบายดีไหม?
    B: Yes, thank you. Good morning. เยส, แธ้งก์ กิ่ว. กู้ด มอร์นิ่ง. ใช่, ขอบคุณ. อรุณสวัสดิ์.

  10. A: Good night, sweet dreams. กู้ด ไนท์, สวีท ดรีมส์. ราตรีสวัสดิ์, ฝันดีนะ.
    B: You too. ยู ทู. คุณก็เช่นกัน.

  11. A: Good morning, is the sun out?
    กู้ด มอร์นิ่ง, อิส เดอะ ซัน เอาท์? อรุณสวัสดิ์, พระอาทิตย์ออกมาหรือยัง?
    B: Yes, it is.
    เยส, อิท อิส. ใช่, ออกมาแล้ว.

  12. A: Don't stay up too late. Good night.
    โดนท์ สเตย์ อัพ ทู เลท. กู้ด ไนท์. อย่าอยู่นอนดึกเกินไปนะ. ราตรีสวัสดิ์.
    B: Okay, good night.
    โอเค, กู้ด ไนท์. โอเค, ราตรีสวัสดิ์.

  13. A: Good morning, it's time for school.
    กู้ด มอร์นิ่ง, อิท'ส ไทม์ ฟอร์ สคูล. อรุณสวัสดิ์, ได้เวลาไปโรงเรียนแล้ว.
    B: Okay, Mom.
    โอเค, มัม. โอเค, แม่.

  14. A: I'm going to bed. อาย'ม โกอิง ทู เบด. ฉันจะไปนอนแล้วนะ.
    B: Good night, talk to you tomorrow. กู้ด ไนท์, ทอล์ค ทู ยู ทูมอโร่ว. ราตรีสวัสดิ์, ไว้คุยกันพรุ่งนี้.

  15. A: Good morning, honey. กู้ด มอร์นิ่ง, ฮันนี่. อรุณสวัสดิ์, ที่รัก.
    B: Good morning! กู้ด มอร์นิ่ง! อรุณสวัสดิ์!

  16. A: Are you leaving? อาร์ ยู ลีฟวิ่ง? คุณจะไปแล้วเหรอ?
    B: Yes, good night. เยส, กู้ด ไนท์. ใช่, ราตรีสวัสดิ์.

  17. A: Good morning, how was your night?
    กู้ด มอร์นิ่ง, ฮาว วอซ ยัวร์ ไนท์? อรุณสวัสดิ์, คืนที่ผ่านมาเป็นยังไงบ้าง?
    B: It was good, thanks.
    อิท วอซ กู้ด, แธงก์ส. ดีครับ/ค่ะ, ขอบคุณ.

  18. A: Good night, don't forget to lock the door.
    กู้ด ไนท์, โดนท์ ฟอร์เก็ท ทู ล็อค เดอะ ดอร์. ราตรีสวัสดิ์, อย่าลืมล็อคประตูนะ.
    B: I won't.
    ไอ โว้นท์. ไม่ลืมหรอก.

  19. A: Good morning, boss. กู้ด มอร์นิ่ง, บอส. อรุณสวัสดิ์, หัวหน้า.
    B: Good morning, have a seat. กู้ด มอร์นิ่ง, แฮฟ อะ ซีท. อรุณสวัสดิ์, เชิญนั่ง.

  20. A: I'm going to finish my homework first. Good night.
    อาย'ม โกอิง ทู ฟินิช มาย โฮมเวิร์ค เฟิร์สท์. กู้ด ไนท์. ฉันจะทำการบ้านให้เสร็จก่อน. ราตรีสวัสดิ์.
    B: Good night, do your best.
    กู้ด ไนท์, ดู ยัวร์ เบสท์. ราตรีสวัสดิ์, ทำให้ดีที่สุดนะ.















คำค้นหา (Hashtags)

#ฝึกพูดอังกฤษ #ภาษาอังกฤษเบื้องต้น #GoodMorning #GoodNight #30วันเก่งอังกฤษ #ภาษาอังกฤษง่ายๆ #เด็กหัดพูด #บทเรียนภาษาอังกฤษ #เรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง #คำศัพท์ภาษาอังกฤษ


วันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568

30 วัน เก่งอังกฤษเหมือนเด็กหัดพูด: Day 3 - คำขอบคุณและขอโทษ

 เดินทางมาถึงวันที่ 3 แล้ว! วันนี้เราจะมาเรียนรู้มารยาทง่าย ๆ ที่สำคัญมากในการใช้ชีวิตประจำวัน นั่นคือคำว่า "ขอบคุณ" และ "ขอโทษ" ฝึกออกเสียงและนำไปใช้กับคนรอบตัว แล้วคุณจะรู้สึกดีกับการสื่อสารมากขึ้นแน่นอน




บทเรียน: Day 3

วันนี้เราจะมาฝึกพูดคำที่แสดงความรู้สึกดี ๆ ต่อผู้อื่น นั่นคือ Thank you (ขอบคุณ) และ Sorry (ขอโทษ) ลองออกเสียงตามให้ชัดเจนและเป็นธรรมชาติ

  • Thank you. คำอ่าน: แธ้งก์ กิ่ว คำแปล: ขอบคุณ

  • Sorry. หรือ I'm sorry. คำอ่าน: ซอรรี่ หรือ อาย'ม ซอรรี่ คำแปล: ขอโทษ

แบบฝึกหัด

ลองพูดคำเหล่านี้ในสถานการณ์จริง

  • เมื่อมีคนยื่นของให้ คุณพูดว่า: Thank you.

  • เมื่อคุณเดินชนใครโดยไม่ได้ตั้งใจ คุณพูดว่า: Sorry. หรือ I'm sorry.


ตัวอย่างประโยคการใช้งาน 

  1. Thank you for the book.
    แธ้งก์ กิ่ว ฟอร์ เดอะ บุ๊ค.
    ขอบคุณสำหรับหนังสือ.

  2. I'm sorry for being late.
    อาย'ม ซอรรี่ ฟอร์ บีอิ้ง เลท.
    ฉันขอโทษที่มาสาย.

  3. Thank you for your help.
    แธ้งก์ กิ่ว ฟอร์ ยัวร์ เฮลป์.
    ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือของคุณ.

  4. Sorry, I didn't hear you.
    ซอรรี่, ไอ ดิด'นท์ เฮียร์ ยู.
    ขอโทษ, ฉันไม่ได้ยินคุณ.

  5. Thank you very much.
    แธ้งก์ กิ่ว เวรี่ มัช.
    ขอบคุณมาก ๆ.

  6. I'm so sorry about that.
    อาย'ม โซ ซอรรี่ อะเบ้าท์ แดท.
    ฉันเสียใจมากเกี่ยวกับเรื่องนั้น.

  7. Thank you for the gift.
    แธ้งก์ กิ่ว ฟอร์ เดอะ กิฟท์.
    ขอบคุณสำหรับของขวัญ.

  8. I must say sorry to her.
    ไอ มัสท์ เซย์ ซอรรี่ ทู เฮอร์.
    ฉันต้องพูดขอโทษเธอ.

  9. Thank you for everything.
    แธ้งก์ กิ่ว ฟอร์ เอฟรี่ธิง.
    ขอบคุณสำหรับทุกสิ่ง.

  10. I'm sorry, can you repeat that?
    อาย'ม ซอรรี่, แคน ยู รีพีท แดท?
    ขอโทษ, คุณช่วยพูดซ้ำอีกครั้งได้ไหม?

  11. Thank you for coming.
    แธ้งก์ กิ่ว ฟอร์ คัมมิ่ง.
    ขอบคุณที่มา.

  12. Sorry, I can't help you.
    ซอรรี่, ไอ แค้นท์ เฮลป์ ยู.
    ขอโทษ, ฉันช่วยคุณไม่ได้.

  13. Thank you, you are so kind.
    แธ้งก์ กิ่ว, ยู อาร์ โซ ไคนด์.
    ขอบคุณ, คุณใจดีมาก.

  14. I'm sorry to bother you.
    อาย'ม ซอรรี่ ทู บอเธอร์ ยู.
    ฉันขอโทษที่รบกวนคุณ.

  15. Thank you, have a good day.
    แธ้งก์ กิ่ว, แฮฟ อะ กู้ด เดย์.
    ขอบคุณ, ขอให้เป็นวันที่ดี.


ตัวอย่างบทสนทนา 

  1. A: Here you are. เฮียร์ ยู อาร์. นี่ครับ/ค่ะ.
    B: Thank you! แธ้งก์ กิ่ว! ขอบคุณ!

  2. A: I'm sorry. อาย'ม ซอรรี่. ขอโทษ.
    B: It's okay. อิท'ส โอเค. ไม่เป็นไร.

  3. A: Did you get my message? ดิด ยู เก็ท มาย เมสเสจ? คุณได้รับข้อความของฉันไหม?
    B: Yes, thank you. เยส, แธ้งก์ กิ่ว. ใช่, ขอบคุณ.

  4. A: I'm sorry, I broke your pen.
    อาย'ม ซอรรี่, ไอ บโรค ยัวร์ เพน.
    ฉันขอโทษ, ฉันทำปากกาของคุณหัก.
    B: That's okay. แดท'ส โอเค. ไม่เป็นไร.

  5. A: Here is your coffee. เฮียร์ อิส ยัวร์ คอฟฟี่. นี่กาแฟของคุณ.
    B: Thank you so much. แธ้งก์ กิ่ว โซ มัช. ขอบคุณมาก ๆ.

  6. A: Sorry, can you move a little?
    ซอรรี่, แคน ยู มูฟ อะ ลิตเติล?
    ขอโทษ, คุณช่วยขยับหน่อยได้ไหม?
    B: Of course. ออฟ คอร์ส. ได้เลย.

  7. A: Thank you for helping me. แธ้งก์ กิ่ว ฟอร์ เฮลป์ปิ้ง มี. ขอบคุณที่ช่วยฉัน.
    B: You're welcome. ยัวร์ เวลคัม. ยินดี.

  8. A: I'm sorry, is this seat taken?
    อาย'ม ซอรรี่, อิส ดิส ซีท เทค'เคน?
    ขอโทษครับ/ค่ะ, ที่นั่งนี้มีคนนั่งหรือยัง?
    B: No, it's not. โน, อิท'ส นอท. ยัง, ไม่มี.

  9. A: Thank you for the meal. แธ้งก์ กิ่ว ฟอร์ เดอะ มีล. ขอบคุณสำหรับมื้ออาหาร.
    B: You're welcome. ยัวร์ เวลคัม. ยินดีต้อนรับ.

  10. A: Sorry, I'm late again. ซอรรี่, อาย'ม เลท อะเกน. ขอโทษ, ฉันมาสายอีกแล้ว.
    B: Don't worry. โดนท์ วอรี่. ไม่ต้องห่วง.

  11. A: Did you find your key? ดิด ยู ไฟนด์ ยัวร์ คีย์? คุณเจอพวงกุญแจของคุณหรือยัง?
    B: Yes, I did. Thank you. เยส, ไอ ดิด. แธ้งก์ กิ่ว. เจอแล้ว. ขอบคุณ.

  12. A: I'm sorry, what did you say? อาย'ม ซอรรี่, วอท ดิด ยู เซย์? ขอโทษ, คุณพูดว่าอะไรนะ?
    B: I said "hello". ไอ เซด "เฮลโล". ฉันพูดว่า "สวัสดี".

  13. A: Thank you for the advice. แธ้งก์ กิ่ว ฟอร์ ดิ แอดไวซ์. ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ.
    B: My pleasure. มาย เพลเชอร์. ด้วยความยินดี.

  14. A: I'm sorry, I forgot your name.
    อาย'ม ซอรรี่, ไอ ฟอร์กอท ยัวร์ เนม.
    ฉันขอโทษ, ฉันลืมชื่อคุณไปแล้ว.
    B: It's Mark. อิท'ส มาร์ค. มาร์ค.

  15. A: Here's the report you wanted. เฮียร์ส เดอะ รีพอร์ท ยู วอนทิด. นี่รายงานที่คุณต้องการ.
    B: Thank you, that's great. แธ้งก์ กิ่ว, แดท'ส เกรท. ขอบคุณ, เยี่ยมเลย.

  16. A: Sorry, I didn't mean to. ซอรรี่, ไอ ดิด'นท์ มีน ทู. ขอโทษ, ฉันไม่ได้ตั้งใจ.
    B: No problem. โน พร็อบเบลม. ไม่มีปัญหา.

  17. A: Thank you for listening. แธ้งก์ กิ่ว ฟอร์ ลิสเซ็นนิ่ง. ขอบคุณที่รับฟัง.
    B: Anytime. เอนี่ไทม์. ได้เสมอ.

  18. A: Sorry, I can't stay long. ซอรรี่, ไอ แค้นท์ สเตย์ ลอง. ขอโทษ, ฉันอยู่ได้ไม่นาน.
    B: That's fine. แดท'ส ไฟน์. ไม่เป็นไร.

  19. A: Is this yours? อิส ดิส ยัวร์ส? นี่ของคุณหรือเปล่า?
    B: Yes, it is! Thank you! เยส, อิท อิส! แธ้งก์ กิ่ว! ใช่! ขอบคุณ!

  20. A: I'm sorry, I have to go. อาย'ม ซอรรี่, ไอ แฮฟ ทู โก. ขอโทษ, ฉันต้องไปแล้ว.
    B: Goodbye. กู้ดบาย. ลาก่อน.








คำค้นหา (Hashtags)

#ฝึกพูดอังกฤษ #ภาษาอังกฤษเบื้องต้น #คำขอบคุณ #คำขอโทษ #30วันเก่งอังกฤษ #ภาษาอังกฤษง่ายๆ #เด็กหัดพูด #บทเรียนภาษาอังกฤษ #เรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง #คำศัพท์ภาษาอังกฤษ #อังกฤษวันละนิด

30 วัน เก่งอังกฤษเหมือนเด็กหัดพูด: Day 2 - ตอบรับและปฏิเสธง่าย ๆ

บทเรียนวันที่ 2 มาต่อยอดจากวันแรก! วันนี้เราจะมาฝึกตอบคำถามง่าย ๆ ด้วยคำว่า Yes และ No ที่ใช้บ่อยไม่แพ้คำทักทายเลย ฝึกออกเสียงให้ชัดเจนและมั่นใจ แล้วคุณจะรู้สึกสนุกกับการสื่อสารมากขึ้นแน่นอน




บทเรียน: Day 2

วันนี้เราจะเรียนรู้คำศัพท์สำคัญ 2 คำที่ใช้ในการตอบคำถามแบบใช่หรือไม่ใช่ นั่นก็คือ Yes และ No พร้อมกับวิธีการใช้ในประโยคง่าย ๆ

  • Yes คำอ่าน: เยส คำแปล: ใช่, ครับ/ค่ะ

  • No คำอ่าน: โน คำแปล: ไม่ใช่, ไม่ครับ/ค่ะ

ประโยคตัวอย่าง

  • Yes, I am. คำอ่าน: เยส, ไอ แอม. คำแปล: ใช่, ฉันใช่ (ใช้ตอบคำถามที่ขึ้นต้นด้วย Are you...)

  • No, I am not. คำอ่าน: โน, ไอ แอม นอท. คำแปล: ไม่ใช่, ฉันไม่ใช่ (ใช้ตอบคำถามที่ขึ้นต้นด้วย Are you...)

แบบฝึกหัด

ลองตอบคำถามง่าย ๆ ด้วยตัวเอง

  • Are you a student? (คุณเป็นนักเรียนไหม?)

  • Are you happy? (คุณมีความสุขไหม?)

  • Are you a teacher? (คุณเป็นครูไหม?)


ตัวอย่างประโยคการใช้งาน 

  1. Yes, I like ice cream.
    เยส, ไอ ไลค์ ไอซ์ ครีม.
    ใช่, ฉันชอบไอศกรีม.

  2. No, it is not cold today.
    โน, อิท อิส นอท โคลด์ ทูเดย์.
    ไม่, วันนี้อากาศไม่หนาว.

  3. Are you ready? Yes, I am.
    อาร์ ยู เรดดี้? เยส, ไอ แอม.
    คุณพร้อมไหม? ใช่, ฉันพร้อมแล้ว.

  4. Is he tall? No, he is not.
    อิส ฮี ทอล? โน, ฮี อิส นอท.
    เขาสูงไหม? ไม่, เขาไม่สูง.

  5. Yes, you can come in.
    เยส, ยู แคน คัม อิน.
    ใช่, คุณเข้ามาได้.

  6. No, she is not here.
    โน, ชี อิส นอท เฮียร์.
    ไม่, เธอไม่ได้อยู่ที่นี่.

  7. Do you have a pet? Yes, I do.
    ดู ยู แฮฟ อะ เพ็ท? เยส, ไอ ดู.
    คุณมีสัตว์เลี้ยงไหม? ใช่, ฉันมี.

  8. Is the cat sleeping? No, it is not.
    อิส เดอะ แคท สลีปปิ้ง? โน, อิท อิส นอท.
    แมวกำลังหลับอยู่หรือเปล่า? ไม่, มันไม่ได้หลับ.

  9. Yes, we are friends.
    เยส, วี อาร์ เฟรนด์ส.
    ใช่, พวกเราเป็นเพื่อนกัน.

  10. No, they are not at home.
    โน, เดย์ อาร์ นอท แอท โฮม.
    ไม่, พวกเขาไม่ได้อยู่ที่บ้าน.

  11. Is it raining? Yes, it is.
    อิส อิท เรนนิ่ง? เยส, อิท อิส.
    ฝนกำลังตกหรือเปล่า? ใช่, กำลังตกอยู่.

  12. Is the book on the table? No, it is not.
    อิส เดอะ บุ๊ค ออน เดอะ เทเบิล? โน, อิท อิส นอท.
    หนังสืออยู่บนโต๊ะไหม? ไม่, ไม่อยู่.

  13. Yes, I can speak English.
    เยส, ไอ แคน สปีค อิงลิช.
    ใช่, ฉันพูดภาษาอังกฤษได้.

  14. No, I don't have a pencil.
    โน, ไอ ดอนท์ แฮฟ อะ เพนซิล.
    ไม่, ฉันไม่มีดินสอ.

  15. Do you like this song? Yes, I do.
    ดู ยู ไลค์ ดิส ซอง? เยส, ไอ ดู.
    คุณชอบเพลงนี้ไหม? ใช่, ฉันชอบ.


ตัวอย่างบทสนทนา 

  1. A: Are you happy? อาร์ ยู แฮปปี้? คุณมีความสุขไหม?
    B: Yes, I am. เยส, ไอ แอม. ใช่, ฉันมีความสุข.

  2. A: Are you sad? อาร์ ยู แซด? คุณเศร้าไหม?
    B: No, I am not. โน, ไอ แอม นอท. ไม่, ฉันไม่ได้เศร้า.

  3. A: Is he tall? อิส ฮี ทอล? เขาสูงไหม?
    B: Yes, he is. เยส, ฮี อิส. ใช่, เขาสูง.

  4. A: Is she a doctor? อิส ชี อะ ดอกเตอร์? เธอเป็นหมอหรือเปล่า?
    B: No, she is not. โน, ชี อิส นอท. ไม่, เธอไม่ได้เป็น.

  5. A: Are we late? อาร์ วี เลท? พวกเราสายไหม?
    B: No, we are not. โน, วี อาร์ นอท. ไม่, พวกเราไม่สาย.

  6. A: Are they at home? อาร์ เดย์ แอท โฮม? พวกเขาอยู่ที่บ้านไหม?
    B: Yes, they are. เยส, เดย์ อาร์. ใช่, พวกเขาอยู่ที่บ้าน.

  7. A: Is it a dog? อิส อิท อะ ด็อก? มันคือสุนัขใช่ไหม?
    B: Yes, it is. เยส, อิท อิส. ใช่, มันคือสุนัข.

  8. A: Is it hot? อิส อิท ฮอท? มันร้อนไหม?
    B: No, it is not. โน, อิท อิส นอท. ไม่, มันไม่ร้อน.

  9. A: Are you hungry? อาร์ ยู ฮังกรี้? คุณหิวไหม?
    B: Yes, I am. เยส, ไอ แอม. ใช่, ฉันหิว.

  10. A: Are you tired? อาร์ ยู ไทร์ด? คุณเหนื่อยไหม?
    B: No, I am not. โน, ไอ แอม นอท. ไม่, ฉันไม่เหนื่อย.

  11. A: Do you like pizza? ดู ยู ไลค์ พิซซ่า? คุณชอบพิซซ่าไหม?
    B: Yes, I do. เยส, ไอ ดู. ใช่, ฉันชอบ.

  12. A: Can you swim? แคน ยู สวิม? คุณว่ายน้ำได้ไหม?
    B: Yes, I can. เยส, ไอ แคน. ใช่, ฉันว่ายน้ำได้.

  13. A: Do you have a pen? ดู ยู แฮฟ อะ เพน? คุณมีปากกาไหม?
    B: No, I don't. โน, ไอ ดอนท์. ไม่, ฉันไม่มี.

  14. A: Is the door open? อิส เดอะ ดอร์ โอเพน? ประตูเปิดอยู่ไหม?
    B: No, it is not. โน, อิท อิส นอท. ไม่, มันไม่ได้เปิด.

  15. A: Are you cold? อาร์ ยู โคลด์? คุณหนาวไหม?
    B: No, I am not. โน, ไอ แอม นอท. ไม่, ฉันไม่หนาว.

  16. A: Is the sky blue? อิส เดอะ สกาย บลู? ท้องฟ้าสีฟ้าไหม?
    B: Yes, it is. เยส, อิท อิส. ใช่, มันสีฟ้า.

  17. A: Are you busy? อาร์ ยู บิซซี่? คุณยุ่งอยู่ไหม?
    B: Yes, I am. เยส, ไอ แอม. ใช่, ฉันยุ่ง.

  18. A: Is he your brother? อิส ฮี ยัวร์ บราเธอร์? เขาเป็นพี่ชาย/น้องชายของคุณใช่ไหม?
    B: No, he is not. โน, ฮี อิส นอท. ไม่, เขาไม่ใช่.

  19. A: Is the food delicious? อิส เดอะ ฟู้ด ดีลิเชียส? อาหารอร่อยไหม?
    B: Yes, it is. เยส, อิท อิส. ใช่, อร่อย.

  20. A: Do you want to play? ดู ยู วอนท์ ทู เพลย์? คุณอยากเล่นไหม?
    B: No, I don't. โน, ไอ ดอนท์. ไม่, ฉันไม่อยาก.





คำค้นหา (Hashtags)

#ฝึกพูดอังกฤษ #ภาษาอังกฤษเบื้องต้น #YesNo #ภาษาอังกฤษง่ายๆ #30วันเก่งอังกฤษ #เด็กหัดพูด #บทเรียนภาษาอังกฤษ #เรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง #คำศัพท์ภาษาอังกฤษ #อังกฤษวันละนิด

30 วัน เก่งอังกฤษเหมือนเด็กหัดพูด: Day 1 - คำทักทายและแนะนำตัว

 เริ่มต้นเส้นทางสู่การพูดภาษาอังกฤษแบบง่าย ๆ สนุก ๆ เหมือนเด็กหัดพูด! บทเรียนแรกนี้จะพาคุณไปรู้จักกับคำทักทายพื้นฐานและวิธีแนะนำตัวที่ไม่ซับซ้อน เริ่มต้นวันละนิด พิชิตความกล้า แล้วคุณจะรักการพูดภาษาอังกฤษมากขึ้นแน่นอน



บทเรียน: Day 1

วันนี้เราจะมาเริ่มต้นด้วยคำง่าย ๆ ที่ใช้บ่อยที่สุดในชีวิตประจำวัน นั่นคือ "คำทักทาย" และ "การแนะนำตัว" ลองออกเสียงตามช้า ๆ ชัด ๆ เหมือนกับเด็กที่กำลังหัดพูด

Hello! คำอ่าน: เฮลโล คำแปล: สวัสดี

Hi! คำอ่าน: ฮาย คำแปล: สวัสดี (เป็นคำที่ใช้กันเองและไม่เป็นทางการ)

Goodbye! คำอ่าน: กู้ดบาย คำแปล: ลาก่อน, บ๊ายบาย


แบบฝึกหัด

ลองพูดประโยคเหล่านี้ออกมาดัง ๆ

  • Hello, my name is [ชื่อของคุณ].

  • Hi, my name is [ชื่อของคุณ].

  • Goodbye!


ตัวอย่างประโยคการใช้งาน

  1. Hello, how are you today?
    เฮลโล, ฮาว อาร์ ยู ทูเดย์?
    สวัสดี, วันนี้คุณเป็นอย่างไรบ้าง?

  2. Hi, nice to meet you.
    ฮาย, ไนซ์ ทู มีท ยู.
    สวัสดี, ยินดีที่ได้รู้จักคุณ

  3. I have to go now. Goodbye!
    ไอ แฮฟ ทู โก นาว. กู้ดบาย!
    ฉันต้องไปแล้วนะ. ลาก่อน!

  4. Hello, my name is Ben.
    เฮลโล, มาย เนม อิส เบน.
    สวัสดี, ฉันชื่อเบน.

  5. Hi, I'm Ann. What's your name?
    ฮาย, แอม แอน. วอทส ยัวร์ เนม?
    สวัสดี, ฉันชื่อแอน. คุณชื่ออะไร?

  6. Goodbye, see you tomorrow.
    กู้ดบาย, ซี ยู ทูมอโร่ว.
    ลาก่อน, แล้วเจอกันพรุ่งนี้.

  7. Hello, is anyone here?
    เฮลโล, อิส แอนนี่วัน เฮียร์?
    สวัสดี, มีใครอยู่ไหม?

  8. Hi, I'm a new student here.
    ฮาย, แอม อะ นิว สตูเดนท์ เฮียร์.
    สวัสดี, ฉันเป็นนักเรียนใหม่ที่นี่.

  9. Goodbye, everyone. Have a good day!
    กู้ดบาย, เอฟวรี่วัน. แฮฟ อะ กู้ด เดย์!
    ลาก่อนทุกคน. ขอให้เป็นวันที่ดี!

  10. Hello, how can I help you?
    เฮลโล, ฮาว แคน ไอ เฮลป์ ยู?
    สวัสดี, ให้ฉันช่วยอะไรได้บ้าง?

  11. Hi, what's your favorite color?
    ฮาย, วอทส ยัวร์ เฟเวอร์ริท คัลเลอร์?
    สวัสดี, สีโปรดของคุณคืออะไร?

  12. He said goodbye to his friend.
    ฮี เซด กู้ดบาย ทู ฮิส เฟรนด์.
    เขาพูดลาก่อนกับเพื่อนของเขา.

  13. Hello, nice to finally meet you.
    เฮลโล, ไนซ์ ทู ไฟนอลลี่ มีท ยู.
    สวัสดี, ในที่สุดก็ได้พบคุณสักที.

  14. Hi, are you going to the party?
    ฮาย, อาร์ ยู โกอิง ทู เดอะ ปาร์ตี้?
    สวัสดี, คุณจะไปงานปาร์ตี้ไหม?

  15. I waved my hand and said goodbye.
    ไอ เวฟ มาย แฮนด์ แอนด์ เซด กู้ดบาย.
    ฉันโบกมือและพูดว่าลาก่อน.


ตัวอย่างบทสนทนา 

  1. A: Hello! เฮลโล! สวัสดี!
    B: Hi! ฮาย! สวัสดี!

  2. A: What is your name? วอท อิส ยัวร์ เนม? คุณชื่ออะไร?
    B: My name is Anna. มาย เนม อิส แอนนา. ฉันชื่อแอนนา.

  3. A: Hello, my name is Mark. เฮลโล, มาย เนม อิส มาร์ค. สวัสดี, ผมชื่อมาร์ค.
    B: Hi, Mark. I'm Jane. ฮาย, มาร์ค. แอม เจน. สวัสดี, มาร์ค. ฉันชื่อเจน.

  4. A: I have to go now. ไอ แฮฟ ทู โก นาว. ฉันต้องไปแล้ว.
    B: Okay, goodbye! โอเค, กู้ดบาย! โอเค, ลาก่อน!

  5. A: Goodbye, mom! กู้ดบาย, มัม! ลาก่อนครับ/ค่ะ, แม่!
    B: Goodbye, sweetie! กู้ดบาย, สวีทตี้! ลาก่อนจ้ะ, ลูกรัก!

  6. A: Hello, are you a new student?
    เฮลโล, อาร์ ยู อะ นิว สตูเดนท์?
    สวัสดี, เธอเป็นนักเรียนใหม่เหรอ?
    B: Yes, I am. My name is Alex.
    เยส, ไอ แอม. มาย เนม อิส อเล็กซ์.
    ใช่, ฉันชื่ออเล็กซ์.

  7. A: Goodbye, everyone. See you tomorrow.
    กู้ดบาย, เอฟวรี่วัน. ซี ยู ทูมอโร่ว.
    ลาก่อนทุกคน. เจอกันพรุ่งนี้นะ.
    B: Goodbye, teacher.
    กู้ดบาย, ทีชเชอร์.
    ลาก่อนครับ/ค่ะ, คุณครู.

  8. A: Hi, are you Tom? ฮาย, อาร์ ยู ทอม? สวัสดี, นายชื่อทอมเหรอ?
    B: Yes, I am. And you? เยส, ไอ แอม. แอนด์ ยู? ใช่. แล้วคุณล่ะ?

  9. A: What is your name?
    วอท อิส ยัวร์ เนม?
    คุณชื่ออะไร?
    B: My name is Lisa. What is your name?
    มาย เนม อิส ลิซ่า. วอท อิส ยัวร์ เนม?
    ฉันชื่อลิซ่า. แล้วคุณชื่ออะไร?

  10. A: Hi, I'm at the park.
    ฮาย, แอม แอท เดอะ พาร์ค. สวัสดี,
    ฉันอยู่ที่สวนสาธารณะ.

    B: Hello! I'm here too.
    เฮลโล! แอม เฮียร์ ทู. สวัสดี!
    ฉันก็อยู่ที่นี่เหมือนกัน.






คำค้นหา (Hashtags)

#ฝึกพูดอังกฤษ #ภาษาอังกฤษเบื้องต้น #คำทักทายภาษาอังกฤษ #30วันเก่งอังกฤษ #ภาษาอังกฤษง่ายๆ #เด็กหัดพูด #บทเรียนภาษาอังกฤษ #เรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง #คำศัพท์ภาษาอังกฤษ #อังกฤษวันละคำ

วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568

เริ่มต้นง่ายๆ พูดภาษาอังกฤษได้ในชีวิตประจำวัน!

 ไม่ต้องกลัวการเริ่มต้น! แค่มีคำศัพท์ง่ายๆ ติดตัวก็พร้อมพูดคุยกับชาวต่างชาติได้แล้ว บทความนี้จะรวบรวมคำศัพท์พื้นฐานที่ใช้บ่อย พร้อมตัวอย่างประโยคและบทสนทนาที่จะช่วยให้คุณมั่นใจในการสื่อสารมากขึ้น



คำศัพท์เบื้องต้นที่ควรรู้

การเริ่มต้นพูดภาษาอังกฤษไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่คุณจำคำศัพท์ง่ายๆ ที่ใช้บ่อยในชีวิตประจำวันได้ก็ช่วยให้คุณสื่อสารได้ดีขึ้นมากแล้ว ลองมาดูคำศัพท์พื้นฐานเหล่านี้กัน

  • Hello (เฮล-โล่) – สวัสดี

  • Thank you (แต้ง-กิ้ว) – ขอบคุณ

  • Please (พลีส) – ได้โปรด / กรุณา

  • Yes (เยส) – ใช่ / ได้

  • No (โน) – ไม่

  • Sorry (ซอรี่) – ขอโทษ

  • Goodbye (กู้ด-บาย) – ลาก่อน

  • Good morning (กู้ด-มอร์นิ่ง) – อรุณสวัสดิ์ (ใช้ช่วงเช้าถึงเที่ยง)

  • Good night (กู้ด-ไนท์) – ราตรีสวัสดิ์ (ใช้ก่อนเข้านอน)

  • How are you? (ฮาว-อาร์-ยู?) – คุณสบายดีไหม?

  • I am fine (ไอ-แอม-ไฟน์) – ฉันสบายดี

  • My name is... (มาย-เนม-อิส) – ฉันชื่อ...

  • What is this? (ว็อท-อิส-ดิส) – นี่คืออะไร?

  • book (บุ๊ค) – หนังสือ

  • pen (เพน) – ปากกา

  • table (เท-เบิ้ล) – โต๊ะ

  • chair (แชร์) – เก้าอี้

  • eat (อีท) – กิน

  • drink (ดริ๊งค์) – ดื่ม

  • walk (วอล์ค) – เดิน


ตัวอย่างประโยคใช้งานจริง

ลองนำคำศัพท์ด้านบนมาใช้ในประโยคที่หลากหลาย เพื่อให้เห็นภาพการใช้งานในสถานการณ์ต่างๆ

  1. Hello, my name is John. (เฮล-โล่, มาย-เนม-อิส จอห์น) สวัสดี, ฉันชื่อจอห์น

  2. Good morning, everyone. (กู้ด-มอร์นิ่ง, เอฟ-วรี่-วัน) อรุณสวัสดิ์ทุกคน

  3. How are you today? (ฮาว-อาร์-ยู ทู-เดย์?) วันนี้คุณเป็นอย่างไรบ้าง?

  4. I am fine, thank you. (ไอ-แอม-ไฟน์, แต้ง-กิ้ว) ฉันสบายดี, ขอบคุณ

  5. Please give me the book. (พลีส กิฟ มี เดอะ บุ๊ค) ได้โปรดเอาหนังสือมาให้ฉันหน่อย

  6. Thank you for your help. (แต้ง-กิ้ว ฟอร์ ยัวร์ เฮลพ์) ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ

  7. Yes, I want to eat. (เยส, ไอ ว้อนท์ ทู อีท) ใช่, ฉันอยากกิน

  8. No, I don't want to drink. (โน, ไอ โด้นท์ ว้อนท์ ทู ดริ๊งค์) ไม่, ฉันไม่อยากดื่ม

  9. I'm sorry, I am late. (ไอ-ม ซอรี่, ไอ-แอม เลท) ฉันขอโทษ, ที่มาสาย

  10. I need a pen to write. (ไอ นีด อะ เพน ทู ไรท์) ฉันต้องการปากกาเพื่อเขียน

  11. The book is on the table. (เดอะ บุ๊ค อิส ออน เดอะ เท-เบิ้ล) หนังสืออยู่บนโต๊ะ

  12. Sit on the chair. (ซิท ออน เดอะ แชร์) นั่งลงบนเก้าอี้

  13. We need to walk to the park. (วี นีด ทู วอล์ค ทู เดอะ พาร์ค) เราต้องเดินไปสวนสาธารณะ

  14. What is this? (ว็อท-อิส-ดิส?) นี่คืออะไร?

  15. Goodbye, see you later. (กู้ด-บาย, ซี ยู เลเทอร์) ลาก่อน, แล้วเจอกันนะ


บทสนทนาภาษาอังกฤษเพื่อฝึกฝน 

การฝึกฝนบทสนทนาจะช่วยให้คุณคุ้นเคยกับการใช้ประโยคในสถานการณ์จริง ลองฝึกออกเสียงตามเพื่อสร้างความมั่นใจในการพูด

  1. A: Hello. (เฮล-โล่) สวัสดี
    B: Hi. (ไฮ) สวัสดี

  2. A: How are you? (ฮาว-อาร์-ยู?) คุณสบายดีไหม?
    B: I'm fine, thank you. (ไอ-ม ไฟน์, แต้ง-กิ้ว) ฉันสบายดี, ขอบคุณ

  3. A: What is your name? (ว็อท-อิส-ยัวร์-เนม?) คุณชื่ออะไร?
    B: My name is [your name]. (มาย-เนม-อิส [ยัวร์-เนม]) ฉันชื่อ...

  4. A: Where are you from? (แวร์-อาร์-ยู-ฟรอม?) คุณมาจากไหน?
    B: I'm from Thailand. (ไอ-ม ฟรอม-ไท-แลนด์) ฉันมาจากประเทศไทย

  5. A: What do you do? (ว็อท-ดู-ยู-ดู?) คุณทำอาชีพอะไร?
    B: I am a student. (ไอ-แอม-อะ-สติว-เด้นท์) ฉันเป็นนักเรียน

  6. A: What time is it? (ว็อท-ไทม์-อิส-อิท?) ตอนนี้กี่โมงแล้ว?
    B: It is 10 o'clock. (อิท-อิส-เท็น-โอ-คล้อค) สิบโมงแล้ว

  7. A: How old are you? (ฮาว-โอลด์-อาร์-ยู?) คุณอายุเท่าไหร่?
    B: I am 20 years old. (ไอ-แอม-ทเวน-ตี้-เยียร์ส-โอลด์) ฉันอายุ 20 ปี

  8. A: Do you speak English? (ดู-ยู-สปีค-อิง-ลิช?) คุณพูดภาษาอังกฤษได้ไหม?
    B: A little. (อะ-ลิท-เติ้ล) ได้นิดหน่อย

  9. A: Can you help me? (แคน-ยู-เฮลพ์-มี?) คุณช่วยฉันได้ไหม?
    B: Yes, of course. (เยส, ออฟ-คอร์ส) ได้สิ, แน่นอน

  10. A: Where is the restroom? (แวร์-อิส-เดอะ-เรสท์-รูม?) ห้องน้ำอยู่ที่ไหน?
    B: It is over there. (อิท-อิส-โอ-เว่อร์-แดร์) มันอยู่ตรงโน้น

  11. A: How much is this? (ฮาว-มัช-อิส-ดิส?) อันนี้ราคาเท่าไหร่?
    B: It is 50 baht. (อิท-อิส-ฟิฟ-ตี้-บาท) ห้าสิบบาท

  12. A: What do you like? (ว็อท-ดู-ยู-ไลค์?) คุณชอบอะไร?
    B: I like cats. (ไอ-ไลค์-แคทส์) ฉันชอบแมว

  13. A: Do you have a pet? (ดู-ยู-แฮฟ-อะ-เพ็ท?) คุณมีสัตว์เลี้ยงไหม?
    B: Yes, I have a dog. (เยส, ไอ-แฮฟ-อะ-ด็อก) ใช่, ฉันมีสุนัขหนึ่งตัว

  14. A: What is your favorite color? (ว็อท-อิส-ยัวร์-เฟ-เวอ-ริท-คัล-เลอร์?) คุณชอบสีอะไรมากที่สุด?
    B: My favorite color is blue. (มาย-เฟ-เวอ-ริท-คัล-เลอร์-อิส-บลู) ฉันชอบสีน้ำเงิน

  15. A: Where do you live? (แวร์-ดู-ยู-ลิฟ?) คุณอาศัยอยู่ที่ไหน?
    B: I live in Bangkok. (ไอ-ลิฟ-อิน-แบง-ค็อก) ฉันอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ

  16. A: What is the weather like? (ว็อท-อิส-เดอะ-เวท-เธอร์-ไลค์?) สภาพอากาศเป็นอย่างไรบ้าง?
    B: It is sunny. (อิท-อิส-ซัน-นี่) แดดออก

  17. A: What's for dinner? (ว็อทส์-ฟอร์-ดิน-เนอร์?) มื้อเย็นกินอะไรดี?
    B: We are having rice. (วี-อาร์-แฮฟ-วิ่ง-ไรซ์) เราจะกินข้าว

  18. A: See you later. (ซี-ยู-เล-เทอร์) แล้วเจอกันนะ
    B: Bye. (บาย) บ๊ายบาย

  19. A: Do you want some coffee? (ดู-ยู-ว้อนท์-ซัม-คอฟ-ฟี่?) คุณอยากดื่มกาแฟไหม?
    B: No, thank you. (โน, แต้ง-กิ้ว) ไม่ล่ะ, ขอบคุณ

  20. A: Excuse me. (เอ็กซ์-คิวส์-มี) ขอโทษครับ/ค่ะ (ใช้เพื่อเรียกความสนใจ)
    B: Yes? (เยส?) ครับ/ค่ะ?











วันพฤหัสบดีที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2568

ทักทายและแนะนำตัว: กุญแจสู่การสร้างความสัมพันธ์

 การทักทายและการแนะนำตัวเป็นทักษะพื้นฐานที่สำคัญที่สุดในการสื่อสารภาษาอังกฤษ เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนใหม่ เพื่อนร่วมงาน หรือคนรู้จัก การใช้คำพูดที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณสร้างความประทับใจที่ดีตั้งแต่แรกพบ



คำทักทายทั่วไปอย่าง "Hello" หรือ "Hi" สามารถใช้ได้ในทุกสถานการณ์และกับทุกคน เมื่อต้องการถามชื่อ ประโยค "What is your name?" (วอท อิส ยัวร์ เนม?) เป็นประโยคมาตรฐานที่ทุกคนเข้าใจ และการแนะนำตัวก็ง่ายดายด้วยประโยค "My name is [Your Name]." (มาย เนม อิส [ยัวร์ เนม])

หลังจากแนะนำตัวแล้ว การแสดงความรู้สึกยินดีที่ได้รู้จักเป็นมารยาทที่ดีที่คุณควรใช้ เช่น "Nice to meet you." (ไนซ์ ทู มีท ยู) หรือ "Glad to meet you." (แกลด ทู มีท ยู) ซึ่งทั้งสองมีความหมายเดียวกันและสามารถใช้แทนกันได้

นอกจากนี้ การถามไถ่สารทุกข์สุกดิบก็เป็นสิ่งที่พบบ่อยในบทสนทนา คำถามอย่าง "How are you?" (ฮาว อาร์ ยู?) และคำตอบที่พบบ่อยคือ "I'm fine, thank you." (ไอม์ ไฟน์, แธงคฺ ยู) หรือหากต้องการใช้ประโยคที่ดูเป็นกันเองมากขึ้นก็สามารถใช้ "How's it going?" (ฮาวส์ อิท โกอิ้ง?) และคำตอบมักจะเป็น "It's going well." (อิทส์ โกอิ้ง เวล)

การทักทายตามช่วงเวลาของวันก็เป็นสิ่งสำคัญ "Good morning!" (กูด มอร์นิ่ง!) ใช้ในตอนเช้า, "Good afternoon!" (กูด อาฟเตอร์นูน!) ในตอนบ่าย และ "Good evening!" (กูด อีฟนิ่ง!) ในตอนเย็น ส่วน "Good night!" (กูด ไนท์!) ใช้สำหรับกล่าวราตรีสวัสดิ์

สุดท้าย เมื่อถึงเวลาต้องกล่าวลา คุณสามารถใช้ "Goodbye!" (กูดบาย!) หรือ "See you later." (ซี ยู เลเทอร์) ที่มีความหมายว่า "ไว้เจอกันใหม่นะ" การใช้ประโยคเหล่านี้อย่างถูกต้องจะช่วยให้คุณสามารถสื่อสารได้อย่างมั่นใจและสร้างความประทับใจที่ดีให้กับผู้คนรอบข้าง


บทสนทนา: ทักทายและแนะนำตัว

บทสนทนาที่ 1: การแนะนำตัวในชั้นเรียน

Teacher: Good morning, class. We have a new student today. Please introduce yourself. 

(กูด มอร์นิ่ง, คลาส วี แฮฟ อะ นิว สตูเดนท์ ทูเดย์ พลีส อินโทรดิวซ์ ยัวร์เซลฟ์) 

Teacher: อรุณสวัสดิ์ครับนักเรียนทุกคน วันนี้เรามีนักเรียนใหม่หนึ่งคน ช่วยแนะนำตัวหน่อยครับ


Mark: Good morning, everyone. My name is Mark. Nice to meet you all. 

(กูด มอร์นิ่ง, เอฟวรี่วัน มาย เนม อิส มาร์ค ไนซ์ ทู มีท ยู ออล) 

Mark: อรุณสวัสดิ์ครับทุกคน ผมชื่อมาร์ค ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนครับ


Anna: Nice to meet you, Mark. I'm Anna. How are you? 

(ไนซ์ ทู มีท ยู, มาร์ค ไอม์ แอนนา ฮาว อาร์ ยู) 

Anna: ยินดีที่ได้รู้จักนะมาร์ค ฉันชื่อแอนนา เธอสบายดีไหม


Mark: I'm fine, thank you. I'm a little nervous, but excited to be here. 

(ไอม์ ไฟน์, แธงคฺ ยู ไอม์ อะ ลิทเทิล เนอร์วัส, บัท เอ็กไซเต็ด ทู บี เฮียร์) 

Mark: ฉันสบายดี ขอบคุณ ฉันรู้สึกประหม่านิดหน่อย แต่ก็ตื่นเต้นที่ได้มาเรียนที่นี่


Teacher: Don't worry, Mark. Everyone is very friendly. We're glad to have you. 

(โดนท์ วอรี่, มาร์ค เอฟวรี่วัน อิส เวรี่ เฟรนดลี่ วีร์ แกลด ทู แฮฟ ยู) 

Teacher: ไม่ต้องกังวลนะมาร์ค ทุกคนเป็นมิตรมาก พวกเรายินดีต้อนรับเธอ


Mark: Thank you. I look forward to learning with all of you. 

(แธงคฺ ยู ไอ ลุค ฟอร์เวิร์ด ทู เลิร์นนิ่ง วิท ออล ออฟ ยู) 

Mark: ขอบคุณครับ ผมตั้งตารอที่จะได้เรียนรู้กับทุกคน


บทสนทนาที่ 2: การทักทายเพื่อนบ้าน

Mrs. Smith: Good evening, John! How's it going? 

(กูด อีฟนิ่ง, จอห์น! ฮาวส์ อิท โกอิ้ง?) 

Mrs. Smith: สวัสดีตอนเย็นค่ะ จอห์น! เป็นยังไงบ้างคะ


John: Good evening, Mrs. Smith. It's going well, thank you. You?

 (กูด อีฟนิ่ง, มิสซิส สมิธ อิทส์ โกอิ้ง เวล, แธงคฺ ยู ยู) 

John: สวัสดีตอนเย็นครับ คุณสมิธ ก็ดีครับ ขอบคุณครับ แล้วคุณล่ะครับ


Mrs. Smith: I'm good. Just finished my gardening for the day. It was a long day. 

(ไอม์ กูด จัสท์ ฟินิชท์ มาย การ์เดนนิ่ง ฟอร์ เดอะ เดย์ อิท วอส อะ ลอง เดย์) 

Mrs. Smith: ฉันสบายดีค่ะ เพิ่งทำสวนเสร็จสำหรับวันนี้ เป็นวันที่ยาวนานทีเดียว


John: I can see that. Your flowers look beautiful as always. 

(ไอ แคน ซี แดท ยัวร์ ฟลาวเวอร์ส ลุค บิวตี้ฟูล แอส ออลเวย์ส) 

John: ผมเห็นแล้วครับ ดอกไม้ของคุณสวยงามเหมือนเดิมเลย


Mrs. Smith: Thank you so much, John. Well, I'm heading inside now. Have a good night. 

(แธงคฺ ยู โซ มัช, จอห์น เวล, ไอม์ เฮดดิ่ง อินไซด์ นาว แฮฟ อะ กูด ไนท์) 

Mrs. Smith: ขอบคุณมากค่ะ จอห์น ฉันจะเข้าบ้านแล้วนะคะ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ


John: Good night, Mrs. Smith. See you later. 

(กูด ไนท์, มิสซิส สมิธ ซี ยู เลเทอร์) 

John: ราตรีสวัสดิ์ครับ คุณสมิธ ไว้เจอกันใหม่นะครับ


บทสนทนาที่ 3: การพบกันโดยบังเอิญที่ร้านกาแฟ

Alex: Hi, aren't you Sarah? I think we were in the same art class last semester. 

(ไฮ, อาร์นท์ ยู ซาร่าห์? ไอ ธิงค์ วี เวอร์ อิน เดอะ เซม อาร์ท คลาส ลาสท์ เซเมสเตอร์) 

Alex: สวัสดีครับ คุณใช่ซาร่าห์หรือเปล่าครับ ผมว่าเราเคยเรียนวิชาศิลปะห้องเดียวกันเมื่อเทอมที่แล้ว


Sarah: Oh, hello! Yes, I am. You're Alex, right? Glad to meet you again. 

(โอ, เฮลโล! เยส, ไอ แอม ยัวร์ อเล็กซ์, ไรท์? แกลด ทู มีท ยู อะเกน) 

Sarah: โอ้ สวัสดีค่ะ! ใช่ค่ะ ฉันเอง คุณอเล็กซ์ใช่ไหมคะ ยินดีที่ได้เจออีกครั้งค่ะ


Alex: That's right! How have you been? I haven't seen you around campus.

(แดทส์ ไรท์! ฮาว แฮฟ ยู บีน? ไอ แฮฟวึ่นท์ ซีน ยู อะราวด์ แคมปัส) 

Alex: ใช่แล้วครับ! เธอเป็นยังไงบ้างครับ ไม่ค่อยเห็นเธอที่มหาวิทยาลัยเลย


Sarah: I've been busy with my part-time job. I'm doing well, though. What about you? 

(ไอฟ์ บีน บิซซี่ วิท มาย พาร์ท-ไทม์ จ็อบ ไอม์ ดูอิ้ง เวล, โธ วอท อะเบาท์ ยู) 

Sarah: ฉันยุ่งกับงานพาร์ทไทม์น่ะค่ะ แต่ก็สบายดี แล้วคุณล่ะคะ


Alex: I'm good too. Just finished my finals. It's nice to run into you. 

(ไอม์ กูด ทู จัสท์ ฟินิชท์ มาย ไฟนอลส์ อิทส์ ไนซ์ ทู รัน อินทู ยู) 

Alex: ผมก็ดีครับ เพิ่งสอบปลายภาคเสร็จ ดีใจที่ได้เจอคุณโดยบังเอิญนะครับ


Sarah: Me too. Enjoy your coffee! 

(มี ทู เอนจอย ยัวร์ คอฟฟี่!) 

Sarah: ฉันก็เหมือนกันค่ะ ดื่มกาแฟให้สนุกนะคะ


Alex: Thanks, you too! See you later. 

(แธงคฺส, ยู ทู! ซี ยู เลเทอร์) 

Alex: ขอบคุณครับ เช่นกันครับ ไว้เจอกันใหม่นะครับ


บทสนทนาที่ 4: การแนะนำตัวกับเพื่อนร่วมงานใหม่

Michael: Good afternoon, everyone. This is our new team member, Emily. 

(กูด อาฟเตอร์นูน, เอฟวรี่วัน ดิส อิส เอาเออร์ นิว ทีม เมมเบอร์, เอมิลี่) 

Michael: สวัสดีตอนบ่ายครับทุกคน นี่คือสมาชิกใหม่ของทีมเรา เอมิลี่


Emily: Good afternoon. My name is Emily. I'm glad to be joining the team.

 (กูด อาฟเตอร์นูน มาย เนม อิส เอมิลี่ ไอม์ แกลด ทู บี จอยนิ่ง เดอะ ทีม) 

Emily: สวัสดีตอนบ่ายค่ะ ฉันชื่อเอมิลี่ ยินดีที่ได้ร่วมทีมนะคะ


Lisa: Hi, Emily. My name is Lisa. Nice to meet you. Welcome aboard! 

(ไฮ, เอมิลี่ มาย เนม อิส ลิซ่า ไนซ์ ทู มีท ยู เวลคัม อะบอร์ด!) 

Lisa: สวัสดีค่ะเอมิลี่ ฉันชื่อลิซ่า ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ยินดีต้อนรับสู่ทีมค่ะ!


Emily: Nice to meet you too, Lisa. Thank you. 

(ไนซ์ ทู มีท ยู ทู, ลิซ่า แธงคฺ ยู) 

Emily: ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ ลิซ่า ขอบคุณนะคะ


Michael: How are you feeling about your first day, Emily? 

(ฮาว อาร์ ยู ฟีลลิ่ง อะเบาท์ ยัวร์ เฟิร์สท เดย์, เอมิลี่) 

Michael: วันแรกของคุณเป็นยังไงบ้างครับ เอมิลี่


Emily: I'm feeling great. Everyone has been very helpful. 

(ไอม์ ฟีลลิ่ง เกรท เอฟวรี่วัน แฮส บีน เวรี่ เฮลพ์ฟูล) 

Emily: ฉันรู้สึกดีมากค่ะ ทุกคนให้ความช่วยเหลือดีมากค่ะ


บทสนทนาที่ 5: การกล่าวลาก่อนเข้านอน

Mom: Good night, sweetie. Did you brush your teeth? 

(กูด ไนท์, สวีทตี้ ดิด ยู บรัช ยัวร์ ทีธ) 

Mom: ราตรีสวัสดิ์จ้ะลูก แปรงฟันแล้วใช่ไหม


Daughter: Yes, Mom. Good night! 

(เยส, มัม กูด ไนท์!) 

Daughter: ค่ะแม่ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ!


Mom: Good night, honey. I'll see you in the morning. 

(กูด ไนท์, ฮันนี่ ไอล ซี ยู อิน เดอะ มอร์นิ่ง) 

Mom: ราตรีสวัสดิ์จ้ะที่รัก แล้วเจอกันตอนเช้านะ


Daughter: Okay, Mom. I love you. 

(โอเค, มัม ไอ เลิฟ ยู) 

Daughter: โอเคค่ะแม่ รักแม่นะคะ


Mom: I love you too. Sleep tight. 

(ไอ เลิฟ ยู ทู สลีป ไทท์) 

Mom: แม่ก็รักลูกเหมือนกัน หลับฝันดีนะ


Daughter: Thanks, Mom. 

(แธงคฺส, มัม) 

Daughter: ขอบคุณค่ะแม่


Mom: See you in the morning, sweet dreams. 

(ซี ยู อิน เดอะ มอร์นิ่ง, สวีท ดรีมส) 

Mom: แล้วเจอกันตอนเช้านะ ฝันดีนะจ๊ะ

ทักทายและแนะนำตัว: บทเรียนภาษาอังกฤษพื้นฐานสำหรับเริ่มต้นการสื่อสาร

 ทักทายและแนะนำตัว - กุญแจสำคัญสู่การสื่อสารในชีวิตประจำวัน



การทักทายและแนะนำตัวเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการสร้างความสัมพันธ์และเริ่มต้นการสนทนา ไม่ว่าคุณจะพบปะเพื่อนใหม่ เดินทางไปต่างประเทศ หรือแม้กระทั่งเจอกับคนที่ไม่รู้จักในสถานการณ์ต่างๆ การเริ่มต้นด้วยคำทักทายที่เหมาะสมจะช่วยเปิดโอกาสให้การสื่อสารเป็นไปอย่างราบรื่นและน่าประทับใจ

คำทักทายง่ายๆ อย่าง "Hello" หรือ "Hi" สามารถใช้ได้ทุกสถานการณ์และเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก เมื่อคุณต้องการถามชื่อใครสักคน ประโยค "What is your name?" (วอท อิส ยัวร์ เนม?) คือคำถามพื้นฐาน และเมื่ออีกฝ่ายตอบกลับ คุณสามารถแนะนำตัวด้วยประโยค "My name is [Your Name]" (มาย เนม อิส [ชื่อของคุณ])

หลังจากแนะนำตัวแล้ว การแสดงความรู้สึกยินดีที่ได้รู้จักเป็นมารยาทที่ดีที่คุณสามารถใช้ได้ เช่น "Nice to meet you." (ไนซ์ ทู มีท ยู) หรือ "Glad to meet you." (แกลด ทู มีท ยู) ซึ่งทั้งสองประโยคมีความหมายเดียวกัน และเป็นคำพูดที่ช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีในการสนทนา

เมื่อคุณถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของอีกฝ่าย สามารถใช้คำถามที่หลากหลาย เช่น "How are you?" (ฮาว อาร์ ยู?) ซึ่งเป็นคำถามมาตรฐาน และการตอบกลับที่พบบ่อยที่สุดคือ "I'm fine, thank you." (ไอม์ ไฟน์, แธงคฺ ยู) นอกจากนี้ยังมีประโยคแบบกันเองมากขึ้นอย่าง "How's it going?" (ฮาวส์ อิท โกอิ้ง?) และคำตอบก็มักจะเป็น "It's going well." (อิทส์ โกอิ้ง เวล)

นอกจากนี้ การทักทายตามช่วงเวลาของวันก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน "Good morning!" (กูด มอร์นิ่ง!) ใช้ในตอนเช้า, "Good afternoon!" (กูด อาฟเตอร์นูน!) ในตอนบ่าย และ "Good evening!" (กูด อีฟนิ่ง!) ในตอนเย็น ส่วน "Good night!" (กูด ไนท์!) จะใช้เมื่อต้องการกล่าวราตรีสวัสดิ์ก่อนเข้านอน

สุดท้ายเมื่อถึงเวลาต้องลาจากกัน คุณสามารถใช้คำว่า "Goodbye!" (กูดบาย!) หรือจะเลือกใช้คำที่ดูเป็นกันเองมากกว่าอย่าง "See you later." (ซี ยู เลเทอร์) ที่หมายถึง "ไว้เจอกันใหม่นะ" ก็ได้เช่นกัน

การเริ่มต้นการสนทนาด้วยการทักทายและแนะนำตัวอย่างถูกต้องและเป็นธรรมชาติ จะช่วยให้คุณสามารถสื่อสารกับผู้คนได้อย่างมั่นใจและสร้างความประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบเจอ

บทสนทนา: ทักทายและแนะนำตัว

บทสนทนาที่ 1: การพบกันครั้งแรก

Mark: Good morning! My name is Mark. Nice to meet you. 

            (กูด มอร์นิ่ง! มาย เนม อิส มาร์ค ไนซ์ ทู มีท ยู) 

Mark: สวัสดีตอนเช้าครับ! ผมชื่อมาร์ค ยินดีที่ได้รู้จักครับ

Lisa: Good morning, Mark. My name is Lisa. Glad to meet you too. 

        (กูด มอร์นิ่ง, มาร์ค มาย เนม อิส ลิซ่า แกลด ทู มีท ยู ทู) 

Lisa: สวัสดีตอนเช้าค่ะ มาร์ค ฉันชื่อลิซ่า ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ

Mark: How are you today, Lisa? 

            (ฮาว อาร์ ยู ทูเดย์, ลิซ่า) 

Mark: วันนี้คุณเป็นอย่างไรบ้างครับ ลิซ่า

Lisa: I'm fine, thank you. And you? 

        (ไอม์ ไฟน์, แธงคฺ ยู แอนด์ ยู) 

Lisa: ฉันสบายดีค่ะ ขอบคุณ แล้วคุณล่ะคะ

Mark: I'm doing great, thanks for asking. So, are you a new employee here? 

            (ไอม์ ดูอิ้ง เกรท, แธงคฺส ฟอร์ อาสกิ้ง โซ, อาร์ ยู อะ นิว เอ็มพลอยยี เฮียร์) 

Mark: ผมสบายดีครับ ขอบคุณที่ถาม แล้วคุณเป็นพนักงานใหม่ที่นี่หรือเปล่าครับ

Lisa: Yes, I am. This is my first day. I'm a little bit nervous. 

        (เยส, ไอ แอม ดิส อิส มาย เฟิร์สท เดย์ ไอม์ อะ ลิทเทิล บิท เนอร์วัส) 

Lisa: ใช่ค่ะ นี่เป็นวันแรกของฉันเลยค่ะ ฉันรู้สึกประหม่านิดหน่อย

Mark: Don't worry. Everyone here is very friendly. I'm sure you'll do great. 

        (โดนท์ วอรี่ เอฟวรี่วัน เฮียร์ อิส เวรี่ เฟรนดลี่ ไอม์ ชัวร์ ยูวล์ ดู เกรท) 

Mark: ไม่ต้องกังวลหรอกครับ ทุกคนที่นี่เป็นมิตรมาก ผมแน่ใจว่าคุณจะทำได้ดีครับ


บทสนทนาที่ 2: การทักทายเพื่อนในที่ทำงาน

Sarah: Hi, David! How's it going? 

            (ไฮ, เดวิด! ฮาวส์ อิท โกอิ้ง?) 

Sarah: หวัดดี เดวิด! เป็นไงบ้าง?

David: It's going well, Sarah. Thanks. How about you?

             (อิทส์ โกอิ้ง เวล, ซาร่าห์ แธงคฺส ฮาว อะเบาท์ ยู) 

David: ก็ดีนะ ซาร่าห์ ขอบคุณ แล้วเธอเป็นไงบ้าง

Sarah: I'm good. Just getting ready for the meeting this afternoon. 

            (ไอม์ กูด จัสท์ เกททิ่ง เรดดี้ ฟอร์ เดอะ มีทติ้ง ดิส อาฟเตอร์นูน) 

Sarah: ฉันสบายดี แค่เตรียมตัวสำหรับประชุมตอนบ่ายนี้

David: Oh, right. What time is the meeting? 

            (โอ, ไรท์ วอท ไทม์ อิส เดอะ มีทติ้ง) 

David: อ้อ ใช่สิ ประชุมกี่โมงเหรอ

Sarah: It starts at 2 p.m. Are you going to be there? 

            (อิท สตาร์ทส แอท ทู พีเอ็ม อาร์ ยู โกอิ้ง ทู บี แดร์) 

Sarah: เริ่มตอนบ่ายสองโมง เธอจะไปไหม

David: Yes, I will. I'll see you there then.

            (เยส, ไอ วิล ไอล ซี ยู แดร์ เดน) 

David: ไปสิ แล้วเจอกันที่นั่นนะ

Sarah: See you later, David. Have a good afternoon. 

            (ซี ยู เลเทอร์, เดวิด แฮฟ อะ กูด อาฟเตอร์นูน) 

Sarah: ไว้เจอกันนะ เดวิด ขอให้เป็นตอนบ่ายที่ดีนะ

David: You too. 

            (ยู ทู) 

David: เธอด้วยนะ


บทสนทนาที่ 3: การพบปะเพื่อนเก่าโดยบังเอิญ

Alex: Excuse me, are you Emily? 

        (เอ็กซ์คิวส์ มี, อาร์ ยู เอมิลี่?) 

Alex: ขอโทษนะครับ คุณใช่เอมิลี่หรือเปล่า

Emily: Oh, my goodness! Alex? Is that you? 

            (โอ, มาย กูดเนส! อเล็กซ์? อิส แดท ยู?) 

Emily: โอ้ พระเจ้า! อเล็กซ์เหรอ ใช่เธอจริงๆ ด้วย

Alex: Yes, it's me! I haven't seen you in years! 

            (เยส, อิทส มี! ไอ แฮฟวึ่นท์ ซีน ยู อิน เยียร์ส!)

Alex: ใช่แล้ว ฉันเอง! ไม่ได้เจอกันตั้งหลายปีเลยนะ

Emily: I know! How have you been? 

            (ไอ โน! ฮาว แฮฟ ยู บีน?) 

Emily: นั่นสิ! เธอเป็นยังไงบ้าง

Alex: I'm great, thanks. I'm working as a doctor now. What about you? 

           (ไอม์ เกรท, แธงคฺส ไอม์ เวอร์กกิ้ง แอส อะ ด็อกเทอร์ นาว วอท อะเบาท์ ยู) 

Alex: สบายดีมากเลย ขอบคุณ ตอนนี้ฉันเป็นหมอ แล้วเธอละ

Emily: I'm a teacher at the local high school. It's so good to see you again. 

            (ไอม์ อะ ทีชเชอร์ แอท เดอะ โลคอล ไฮ สคูล อิทส โซ กูด ทู ซี ยู อะเกน) 

Emily: ฉันเป็นครูที่โรงเรียนมัธยมในท้องถิ่นนี้ ยินดีที่ได้เจอเธออีกครั้งนะ

Alex: Me too. We should catch up properly sometime soon. 

            (มี ทู วี ชูด แคทช์ อัพ พรอพเพอร์ลี่ ซัมไทม์ ซูน) 

Alex: ฉันก็เหมือนกัน ไว้หาเวลาเจอกันแบบจริงจังเร็วๆ นี้เถอะ

Emily: Definitely! Goodbye for now. 

            (เดฟฟินิทลี่! กูดบาย ฟอร์ นาว) 

Emily: ได้เลย! ลาก่อนนะ

Alex: Goodbye! 

           (กูดบาย!) 

Alex: ลาก่อน!


บทสนทนาที่ 4: การแนะนำเพื่อนให้รู้จักกัน

Jack: Hello, Anna. Let me introduce you to my friend, Tom. 

            (เฮลโล, แอนนา เลท มี อินโทรดิวซ์ ยู ทู มาย เฟรนด์, ทอม) 

Jack: สวัสดี แอนนา ให้ฉันแนะนำเพื่อนของฉัน ทอม

Anna: Hello, Tom. Nice to meet you. 

            (เฮลโล, ทอม ไนซ์ ทู มีท ยู) 

Anna: สวัสดีค่ะ ทอม ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ

Tom: Nice to meet you too, Anna. 

            (ไนซ์ ทู มีท ยู ทู, แอนนา) 

Tom: ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ แอนนา

Jack: How are you both doing? 

            (ฮาว อาร์ ยู โบธ ดูอิ้ง) 

Jack: พวกเธอยังไงกันบ้าง

Anna: I'm fine, thanks. Just finished my work for the day. 

            (ไอม์ ไฟน์, แธงคฺส จัสท์ ฟินิชท์ มาย เวิร์ค ฟอร์ เดอะ เดย์) 

Anna: ฉันสบายดีค่ะ ขอบคุณ เพิ่งทำงานเสร็จสำหรับวันนี้

Tom: Me too. It's been a long day. 

            (มี ทู อิทส บีน อะ ลอง เดย์) 

Tom: ฉันก็เหมือนกัน วันนี้เป็นวันที่ยาวนานจริงๆ

Jack: I'm glad it's Friday. So, what are your plans for the weekend? 

            (ไอม์ แกลด อิทส ฟรายเดย์ โซ, วอท อาร์ ยัวร์ แพลนส์ ฟอร์ เดอะ วีคเอนด์) 

Jack: ฉันดีใจที่เป็นวันศุกร์ แล้วพวกเธอมีแผนจะทำอะไรกันช่วงสุดสัปดาห์นี้หรือเปล่า

Anna: We haven't planned anything yet. Maybe we can go out for dinner? 

            (วี แฮฟวึ่นท์ แพลนด์ เอนี่ติง เยท เมย์บี วี แคน โก เอาท์ ฟอร์ ดินเนอร์) 

Anna: ยังไม่ได้วางแผนอะไรเลยค่ะ บางทีเราอาจจะไปทานอาหารเย็นกันไหมคะ

Tom: That sounds like a good idea. 

            (แดท ซาวด์ส ไลค์ อะ กูด ไอเดีย) 

Tom: ฟังดูเป็นความคิดที่ดีเลยนะ


บทสนทนาที่ 5: การกล่าวลาและราตรีสวัสดิ์

Manager: Good evening, team. The meeting is over now. 

            (กูด อีฟนิ่ง, ทีม เดอะ มีทติ้ง อิส โอเวอร์ นาว) 

Manager: สวัสดีตอนเย็นครับทุกคน การประชุมสิ้นสุดลงแล้วครับ

Team: Good evening! 

            (กูด อีฟนิ่ง!) 

Team: สวัสดีตอนเย็นค่ะ/ครับ

Manager: See you all tomorrow morning. 

                (ซี ยู ออล ทูมอโรว์ มอร์นิ่ง) 

Manager: ไว้เจอกันพรุ่งนี้ตอนเช้านะครับ

Employee 1: Goodbye, everyone! 

            (กูดบาย, เอฟวรี่วัน!) 

Employee 1: ลาก่อนค่ะทุกคน!

Employee 2: Bye, have a good night! 

            (บาย, แฮฟ อะ กูด ไนท์!) 

Employee 2: บาย ขอให้เป็นราตรีสวัสดิ์นะ!

Manager: Good night, everyone. Drive safe. 

        (กูด ไนท์, เอฟวรี่วัน ดรายฟ์ เซฟ) 

Manager: ราตรีสวัสดิ์ครับทุกคน ขับรถปลอดภัยนะครับ

Employee 1: You too, sir. 

            (ยู ทู, เซอร์) 

Employee 1: เช่นกันค่ะท่าน

Employee 2: Thank you! 

            (แธงคฺ ยู!) 

Employee 2: ขอบคุณครับ!


หวังว่าบทความและบทสนทนาเหล่านี้จะเป็นประโยชน์และช่วยให้คุณเข้าใจการใช้ประโยคทักทายและแนะนำตัวในสถานการณ์ต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้นนะคะ